mamamapaแผนที่ของแม่

Biz · Mamapreneurคู่มือฉบับเต็มอ่าน 8 นาที

"ขายออนไลน์เล็กๆ ไม่ต้องจดอะไร" และอีก 6 ความเชื่อ ที่แม่ควรรู้ก่อนเปิดร้านแรก

คู่มือสำหรับแม่ที่อยากเริ่มธุรกิจเล็กๆ ไปพร้อมเลี้ยงลูก ตั้งแต่เรื่องเวลา เงินทุน การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ภาษี ไปจนถึงสินค้าที่ต้องขออนุญาต อธิบายแบบแม่คุยกับแม่

ช่วงที่ลูกยังเล็กนี่แหละ ที่ความคิดเรื่องอยากมีรายได้ของตัวเองชอบแวะมาหา บางคนอยากอยู่กับลูกให้ได้มากที่สุด บางคนเพราะรายได้ทางเดียวในบ้านเริ่มตึงมือ และอีกหลายคนก็แค่อยากมีอะไรที่เป็น “ของเรา” อีกสักครั้ง

คำถามแรกที่ตามมาก็คือ “ทำได้จริงเหรอ” เราตอบเลยว่า ทำได้ค่ะ แต่ก่อนเริ่ม มีความเชื่อ 7 ข้อที่ได้ยินกันบ่อยมาก ถ้าเชื่อผิดไป อาจเหนื่อยฟรี เสียเงิน หรือถึงขั้นผิดกฎหมายแบบไม่รู้ตัว

ความเชื่อที่ 1: “ต้องรอลูกโตก่อน ถึงจะเริ่มได้”

ความจริง: ไม่ต้องรอ แต่ต้องเริ่มในขนาดที่เวลาของเรารับไหว

แม่ที่ทำธุรกิจไปพร้อมเลี้ยงลูกเล็ก ส่วนใหญ่ไม่ได้มีเวลามากกว่าใครหรอก แค่ใช้ ช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีอยู่แล้ว ได้เก่ง เช่น ช่วงลูกนอนกลางวัน 1 ถึง 2 ชั่วโมง หรือหลังลูกเข้านอน

ก่อนเริ่ม ลองทำแบบนี้ดูค่ะ

  1. จดไว้ 1 สัปดาห์ว่าช่วงไหนที่เรามีเวลาว่างจริงๆ และมีแรงพอจะคิด
  2. รวมเป็นชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะอยู่ราว 5 ถึง 10 ชั่วโมง
  3. เลือกธุรกิจที่ ทำได้ในจำนวนชั่วโมงนั้น ไม่ใช่ธุรกิจในฝันที่ต้องใช้วันละ 8 ชั่วโมง

ความเชื่อที่ 2: “ต้องมีเงินทุนก้อนใหญ่ก่อน”

ความจริง: ธุรกิจแรกของแม่ส่วนใหญ่เริ่มจากทักษะที่มีอยู่แล้ว และเงินทุนน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

ก่อนลงเงินสต๊อกของหรือทำแพ็กเกจสวยๆ ลองเช็กก่อนว่า มีคนยอมจ่ายจริงไหม

  • ขายความรู้หรือบริการ เช่น สอนพิเศษออนไลน์ รับทำกราฟิก รับแปล รับทำบัญชี ใช้ทุนแทบเป็นศูนย์
  • พรีออเดอร์ ถามความสนใจก่อน รับเงินมัดจำ แล้วค่อยผลิต ไม่ต้องแบกสต๊อก
  • ขายในกลุ่มเล็กก่อน เพื่อน ครอบครัว กลุ่มแม่ๆ ถ้ากลุ่มนี้ไม่ซื้อซ้ำ คนแปลกหน้าก็ยากค่ะ

ให้เวลาตัวเองสัก 90 วัน แล้วดูตัวเลขเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำไหม

ความเชื่อที่ 3: “ขายออนไลน์เล็กๆ ไม่ต้องจดอะไร”

ความจริง: ต้องจดค่ะ ผู้ขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มขาย

ข้อนี้เข้าใจผิดกันเยอะที่สุดเลย หลายคนคิดว่าขายแค่ในเฟซบุ๊กหรือไลน์ไม่นับ แต่ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ การขายผ่านอินเทอร์เน็ตทุกช่องทางนับเป็นพาณิชยกิจที่ต้องจด ถ้าไม่จดมีโทษปรับ

ข่าวดีคือจดง่ายกว่าที่คิดเยอะค่ะ

  • ที่ไหน: สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ หรือเทศบาล อบต. ในต่างจังหวัด (บางพื้นที่ยื่นออนไลน์ได้)
  • ใช้อะไร: บัตรประชาชน และภาพหน้าร้านหรือหน้าเพจที่ใช้ขาย
  • หลังจดแล้ว: ขอเครื่องหมาย DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาแสดงบนเพจได้ ช่วยให้ลูกค้าไว้ใจมากขึ้น

ความเชื่อที่ 4: “รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน ไม่ต้องยุ่งกับภาษี”

ความจริง: 1.8 ล้านบาทต่อปีคือเกณฑ์จด VAT เท่านั้น รายได้จากการขายของทุกบาทต้องนำมายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แยกให้เห็นชัดๆ แบบนี้ค่ะ

เรื่องใช้กับใคร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกคนที่มีรายได้ ต้องยื่นแบบทุกปี (หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อาจไม่ต้องจ่ายเลยก็ได้)
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)เมื่อรายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ทำตั้งแต่วันแรกเลยคือ แยกบัญชีธนาคารของร้าน แล้วจดรายรับรายจ่ายทุกเดือน ถ้ายังไม่แน่ใจ ไปคุยกับสรรพากรพื้นที่หรือนักบัญชีสักครั้ง คุ้มกว่ามานั่งแก้ทีหลังเยอะค่ะ

ความเชื่อที่ 5: “ทำเองที่บ้าน ขายเพื่อนๆ ไม่ต้องขออนุญาตสินค้า”

ความจริง: สินค้าบางประเภทต้องขออนุญาตก่อนวางขาย ไม่ว่าจะขายมากหรือน้อย

ของที่แม่ๆ ชอบทำขาย และต้องเช็กก่อน

  • เครื่องสำอาง สบู่ ครีม ออยล์ทาผิว ต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนวางขาย
  • อาหาร ขนม เครื่องดื่ม หลายประเภทต้องมีเลข อย. หรือเลขสารบบอาหาร ขึ้นกับชนิดและวิธีผลิต
  • ของใช้เด็ก ของเล่น บางประเภทมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องผ่าน

ยิ่งถ้าเป็นของที่ทาผิวหรือเข้าปากเด็กๆ ยิ่งต้องทำให้ถูกต้อง เพราะนั่นคือความไว้ใจที่แม่คนอื่นฝากไว้กับเราเลยค่ะ

ความเชื่อที่ 6: “แม่ที่ทำธุรกิจเก่งๆ ทำทุกอย่างเองได้หมด”

ความจริง: แม่ที่ไปได้ไกลส่วนใหญ่มีระบบและมีคนช่วย ไม่ใช่ทำทุกอย่างคนเดียว

  • จัดเวลาเป็นก้อน เช่น วันจันทร์ถ่ายรูปสินค้าทั้งสัปดาห์ วันพุธแพ็กของ ดีกว่าทำทุกอย่างปนกันทุกวัน
  • ใช้เครื่องมือช่วย ตั้งเวลาโพสต์ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ระบบรับออเดอร์
  • ตกลงกับคนในบ้าน ขอเวลา 2 ชั่วโมงที่ไม่มีใครรบกวนในบางวัน
  • รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจ้าง งานไหนเราทำช้าแถมไม่ชอบ เช่น ทำบัญชีหรือแพ็กของ ส่งต่อให้คนอื่นเป็นอย่างแรกๆ เมื่อรายได้พอ

ความเชื่อที่ 7: “ถ้ารู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับลูกตลอด แปลว่าไม่ควรทำ”

ความจริง: ความรู้สึกผิดเป็นเรื่องปกติของแม่ทำงานเกือบทุกคน และไม่ได้แปลว่าเราเลือกผิด

ลูกได้เห็นแม่ที่กล้าลองทำสิ่งที่ตั้งใจ แม่ก็ได้มีพื้นที่ของตัวเอง ที่เหลือคือ ขอบเขตที่ชัด เช่น เวลาอาหารเย็นไม่แตะมือถือ หรือวันอาทิตย์ปิดร้าน แล้วถ้าวันไหนเหนื่อยเกินไป พักเถอะค่ะ การพักก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจเหมือนกัน

เช็กลิสต์ 30 วันแรกของแม่ที่อยากเริ่ม

คำตอบสั้นๆ: เริ่มเล็ก ทำให้ถูกต้อง แล้วดูว่ามีคนซื้อซ้ำไหม

  1. นับชั่วโมงว่างจริงต่อสัปดาห์
  2. เลือกสินค้าหรือบริการ 1 อย่างที่ทำได้ในเวลานั้น
  3. เช็กว่าสินค้าต้องขออนุญาตอะไรไหม
  4. ทดลองขายในกลุ่มเล็ก หรือเปิดพรีออเดอร์
  5. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันหลังเริ่มขาย
  6. เปิดบัญชีธนาคารแยกของร้าน
  7. จดรายรับรายจ่ายทุกเดือน

แต่ละเรื่องเรามีเจาะลึกต่อในหมวด Mamapreneur นะคะ ทั้งการจัดเวลา การเริ่มขายออนไลน์จากศูนย์ และเรื่องของแม่ๆ ที่สร้างแบรนด์จากที่บ้าน ค่อยๆ อ่านไปทีละเรื่องได้เลย

บทความในหมวดนี้

ตอบให้ชัด11 นาทีจัดเวลาแบบแม่ทำธุรกิจ: ลืมตาราง 30 นาทีต่อช่อง แล้วลองแบ่งเป็น “ช่วงพลังงาน” แทนตอบให้ชัด10 นาทีขาย TikTok Shop ต้องมีคนตามเป็นหมื่นก่อนไหม คำตอบที่ทำให้แม่หลายคนกล้าเริ่มMama Founders2 นาทีลูกแพ้นมวัวอย่างหนัก: จุดเริ่มของ ATTITUDE MOM แบรนด์เครื่องปั๊มนมที่แม่ไทยบอกต่อจนไปถึงต่างประเทศตอบให้ชัด10 นาทีขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม คำตอบสั้นๆ กับขั้นตอนจริงที่ใช้ไม่ถึงวันรวมลิสต์10 นาทีธุรกิจทำที่บ้านสำหรับแม่: เลือกจากเวลาที่มีจริง ไม่ใช่จากที่คนอื่นว่ารวยMama Founders2 นาทีเริ่มจากผื่นแพ้ผงซักฟอกสำหรับเด็ก: Jessica Alba สร้าง The Honest Company ตอนเป็นแม่มือใหม่Mama Founders2 นาทีจากห้องใต้ดินกับลูกวัยทารก สู่แบรนด์ที่ Disney ซื้อ: เรื่องของ Julie Clark ผู้ก่อตั้ง Baby EinsteinMama Founders2 นาทีจาก pain point ตอนให้นมลูกคนแรก สู่แบรนด์ที่แม่ไทยทั่วโลกตามหา: เรื่องของ นิทานตอบให้ชัด12 นาทีแม่ค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนโดนเรียกย้อนหลังMama Founders2 นาทีพาลูกวัย 1 ขวบขึ้นเวที IPO: Whitney Wolfe Herd กับวันที่แม่คนหนึ่งพาบริษัทเข้าตลาดหุ้น
FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01แม่เลี้ยงลูกเอง เริ่มธุรกิจได้จริงไหม

    ได้จริง ถ้าเลือกธุรกิจที่ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เริ่มจากเล็กๆ ทดสอบก่อนลงทุนเยอะ และวางระบบให้งานเดินได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มี เช่น ช่วงลูกนอนกลางวันหรือหลังลูกเข้านอน

  2. 02ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม

    ต้องจดค่ะ ผู้ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มขาย ที่สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ หรือเทศบาล อบต. ในต่างจังหวัด หากไม่จดมีโทษปรับ

  3. 03รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน ไม่ต้องเสียภาษีใช่ไหม

    ไม่ใช่ค่ะ 1.8 ล้านบาทต่อปีคือเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายได้จากการขายของต้องนำมายื่นทุกปี แม้สุดท้ายอาจไม่ต้องจ่ายภาษีเลยหากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วไม่ถึงเกณฑ์

  4. 04ขายสกินแคร์หรืออาหารทำเอง ต้องขออนุญาตอะไร

    เครื่องสำอางต้องจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางขาย และอาหารหลายประเภทต้องมีเลขสารบบอาหาร ขั้นตอนขึ้นกับชนิดสินค้า ควรเช็กกับ อย. ก่อนผลิตล็อตแรก

  5. 05เริ่มธุรกิจตอนลูกยังเล็ก ควรเริ่มจากอะไร

    เริ่มจากทักษะหรือความรู้ที่มีอยู่แล้ว ทดลองขายในกลุ่มเล็กก่อน เช่น เพื่อนหรือกลุ่มแม่ๆ ใช้เงินน้อยที่สุด และตั้งเป้าหมายสั้นๆ 90 วัน เพื่อดูว่ามีคนซื้อซ้ำไหม ก่อนลงทุนเพิ่ม

  6. 06ทำธุรกิจที่บ้าน ควรแยกบัญชีเงินไหม

    ควรแยกตั้งแต่วันแรก เปิดบัญชีธนาคารสำหรับร้านโดยเฉพาะ จดรายรับรายจ่ายทุกเดือน จะช่วยให้รู้ว่ากำไรจริงเท่าไหร่ และยื่นภาษีได้ง่ายขึ้นมาก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: คู่มือการจดทะเบียนพาณิชย์
  2. สำนักงานกิจการยุติธรรม: เป็นแม่ค้าออนไลน์แต่ไม่ได้จดทะเบียนการค้า ผิดหรือไม่
  3. กรมสรรพากร: คู่มือภาษีบุคคลธรรมดาสำหรับผู้ประกอบการ
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

แม่กับธุรกิจดูแลตัวเอง