mamamapa

เตรียมตั้งครรภ์Mental Healthอ่าน 10 นาที

พร้อมมีลูกหรือยัง? คำถามที่ควรคุยกับแฟนก่อน ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงินเก็บอย่างเดียว

ไม่มีใครพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ความพร้อมดูได้จากหลายด้าน ทั้งเหตุผลที่อยากมี ร่างกาย ใจ งาน เงิน การแบ่งงานบ้าน คนช่วยเลี้ยง และความเห็นของผู้ใหญ่ รวม 10 คำถามให้คุยกับแฟน

LINE
คู่รักนั่งจับมือคุยกันพร้อมแก้วเครื่องดื่ม
Photo: Katerina Holmes / Pexels

“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าพร้อม” คำถามนี้ไม่มีใครตอบแทนเราได้จริงๆ ค่ะ บางคนรอจนเงินเก็บถึงเป้า บางคนรอให้ได้บ้าน บางคนรอให้งานนิ่ง แล้วก็พบว่า “พร้อม” มันเลื่อนออกไปเรื่อยๆ

เอาจริงๆ ไม่มีใครพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ แต่มีคำถามบางข้อที่ถ้าได้คุยกับแฟนก่อน ชีวิตหลังมีลูกจะเหนื่อยน้อยลงเยอะ เดี๋ยวเราไล่ให้ทีละข้อ พร้อมเช็กลิสต์ให้ไปนั่งคุยกันคืนวันหยุดนะคะ

ความพร้อมมีลูก ดูจากอะไรบ้าง

Quick Answer: ดูได้ 6 ด้าน คือ เหตุผลที่อยากมี ร่างกาย ใจ งานกับเงิน การแบ่งหน้าที่ในบ้าน และคนรอบตัว ไม่จำเป็นต้องพร้อมครบทุกข้อ แต่ควรคุยกันครบทุกข้อ

March of Dimes แนะนำให้คู่รักทำ “แผนชีวิตด้านการมีลูก” ร่วมกัน ตั้งแต่จะมีกี่คน ห่างกันแค่ไหน จะดูแลสุขภาพยังไง ไปจนถึงเรื่องเงิน การดูแลลูก ผลต่องาน และธรรมเนียมของครอบครัว โดยให้คุยกัน ก่อน ตั้งครรภ์

ฟังดูเยอะ แต่จริงๆ ก็คือเรื่องที่เราจะต้องเจออยู่แล้ว ต่างกันแค่ว่าจะคุยกันตอนนี้ตอนยังหลับเต็มอิ่ม หรือคุยตอนตีสามที่ลูกร้องอยู่ข้างๆ

1. เราอยากมีลูกเพราะอะไร

Quick Answer: ลองแยกให้ออกว่าเป็นความอยากของเราสองคนเอง หรือเป็นแรงกดดันจากคนรอบตัว March of Dimes ชวนให้ถามตัวเองตรงๆ ว่ารู้สึกถูกกดดันให้มีลูกหรือเปล่า

ไม่มีเหตุผลไหนดีกว่าเหตุผลไหนค่ะ อยากเห็นลูกโต อยากสร้างครอบครัว อยากให้พ่อแม่ได้อุ้มหลาน ล้วนเป็นความรู้สึกจริง แต่ถ้าเหตุผลหลักคือ “ผู้ใหญ่ถามทุกสงกรานต์” หรือ “เพื่อนมีกันหมดแล้ว” ลองคุยกันเพิ่มอีกนิด

2. อยากมีกี่คน ห่างกันแค่ไหน

Quick Answer: คุยกันคร่าวๆ ไว้ก่อน ไม่ต้องตายตัว แต่ช่วยวางแผนงาน เงิน และสุขภาพได้ดีขึ้น

คำตอบอาจเปลี่ยนได้หลังมีลูกคนแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก แค่รู้ว่าอีกคนคิดยังไง จะได้ไม่ตกใจทีหลังค่ะ

3. ร่างกายพร้อมแค่ไหน

Quick Answer: นัดตรวจสุขภาพก่อนท้อง เริ่มกรดโฟลิก และคุยกับหมอเรื่องโรคประจำตัวหรือยาที่กิน NHS (ระบบสาธารณสุขของอังกฤษ) แนะนำให้ทำเรื่องเหล่านี้ก่อนเริ่มพยายาม

ข้อนี้เตรียมง่ายที่สุดในบรรดาทุกข้อ ทำตามรายการใน ตรวจสุขภาพก่อนมีลูก และเริ่มโฟลิกตาม กรดโฟลิก ทำไมหมอให้กินก่อนรู้ว่าท้อง ได้เลย แล้วอย่าลืมว่าผู้ชายก็ต้องตรวจบางรายการด้วยนะคะ

4. ใจเราเป็นยังไงบ้างตอนนี้

Quick Answer: ถ้ามีความเครียด วิตกกังวล หรือเคยเป็นซึมเศร้า ให้บอกแพทย์ตั้งแต่ช่วงวางแผน March of Dimes ย้ำว่าสุขภาพใจสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย และไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ลองเช็กตัวเองเบาๆ ค่ะ ช่วงนี้นอนหลับไหม มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ อยู่ไหม มีคนให้ระบายหรือเปล่า ถ้ากินยาด้านสุขภาพจิตอยู่ อย่าหยุดเองเพราะกลัวกระทบลูก ให้คุยกับหมอเพื่อวางแผนร่วมกัน

ซึมเศร้าเกิดได้ตั้งแต่ตอนท้อง ไม่ใช่แค่หลังคลอด สัญญาณที่ควรรู้อยู่ใน ซึมเศร้าไม่ได้เกิดแค่หลังคลอด

5. งานของเราสองคนจะเปลี่ยนไปยังไง

Quick Answer: คุยกันว่าใครลาคลอดหรือลาช่วยเลี้ยงได้แค่ไหน จะกลับไปทำงานเมื่อไหร่ และงานแบบไหนที่อยากทำหลังมีลูก

6. เงินพอไหม ไม่ใช่แค่เงินเก็บ

Quick Answer: นอกจากเงินเก็บ ให้ดูสิทธิ์ที่มี รายได้ที่ลดลงช่วงลาคลอด ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จะเพิ่ม และเงินสำรองยามฉุกเฉิน

คำถามที่ช่วยให้เห็นภาพ

ไม่ต้องรอให้ตัวเลขสวยก่อนนะคะ ขอแค่รู้ว่าตัวเลขของเราอยู่ตรงไหน แล้วมีแผน

7. งานบ้านและงานกลางคืน ใครทำอะไร

Quick Answer: ตกลงกันตั้งแต่ตอนนี้ว่าใครทำอะไร โดยเฉพาะงานกลางคืนช่วงลูกแรกเกิด เพราะความเหนื่อยที่ไม่ได้คุยกันไว้มักกลายเป็นเรื่องทะเลาะ

ลองลิสต์งานบ้านทั้งหมดที่ทำอยู่ตอนนี้ แล้วบวกงานลูกเข้าไป เช่น ล้างขวดนม ซักผ้าอ้อม พาไปฉีดวัคซีน ตื่นกล่อมตอนตีสอง แล้วถามกันตรงๆ ว่าแต่ละข้อใครรับ ไม่ใช่ “ช่วย” นะคะ แต่ “รับผิดชอบ” ค่ะ

8. ใครช่วยเลี้ยงได้บ้าง

Quick Answer: คิดไว้ล่วงหน้าว่าช่วงหลังคลอดและตอนกลับไปทำงาน ใครช่วยได้บ้าง ทั้งคนในครอบครัว พี่เลี้ยง หรือเนอสเซอรี่

บ้านไทยหลายบ้านมีปู่ย่าตายายช่วย ซึ่งเป็นแรงสำคัญมาก แต่ก็ควรถามท่านก่อนด้วยว่าไหวไหม อยากช่วยแค่ไหน อย่าเพิ่งเหมาเอาเองค่ะ

9. ความเชื่อของสองครอบครัว เราจะเอาแบบไหน

Quick Answer: คุยกับแฟนก่อนว่าเรื่องไหนจะทำตามผู้ใหญ่ เรื่องไหนจะทำตามคำแนะนำแพทย์ แล้วให้แต่ละคนเป็นคนคุยกับครอบครัวฝั่งตัวเอง

เรื่องอยู่ไฟ ห่อตัว ป้อนกล้วย ห่มหนาๆ จะมาแน่นอนค่ะ บางเรื่องมีที่มา บางเรื่องความรู้เปลี่ยนไปแล้ว วิธีคุยแบบไม่ทะเลาะกันอยู่ใน ความเชื่อแม่ลูกอ่อน เรื่องไหนจริง

10. ถ้าไม่เป็นไปตามแผน เราจะคุยกันยังไง

Quick Answer: ตกลงกันไว้ว่าถ้าท้องยาก ท้องเร็วกว่าที่คิด หรือเจอเรื่องไม่คาดฝัน เราจะรับมือด้วยกันยังไง NHS แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ถ้าพยายามมา 1 ปีแล้วยังไม่ตั้งครรภ์

ข้อนี้ไม่ได้ให้คิดในแง่ร้ายนะคะ แต่การรู้ว่า “ไม่ว่าจะยังไง เราจะคุยกัน” ช่วยให้ใจนิ่งขึ้นเยอะ เวลามีเรื่องให้ลุ้นจริงๆ

ควรขอความช่วยเหลือถ้า…

Quick Answer: ถ้ารู้สึกเศร้า สิ้นหวัง หรือเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับติดต่อกันหลายสัปดาห์ ถูกบังคับหรือข่มขู่เรื่องการมีลูก หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ขอความช่วยเหลือทันที

  • เศร้า หมดความสุข หรือวิตกกังวลเกือบทุกวัน ติดต่อกันหลายสัปดาห์ ปรึกษาแพทย์หรือโทร สายด่วนสุขภาพจิต 1323
  • ถูกกดดันหรือบังคับเรื่องการมีลูก หรือมีความรุนแรงในความสัมพันธ์ ขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจ หรือหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้
  • มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

ภาพรวมการเตรียมตัวทั้งหมด ทั้งร่างกาย เงิน และใจ อยู่ใน เตรียมตัวก่อนมีลูก คู่มือฉบับแม่ไทย ค่ะ

ความพร้อมไม่ได้แปลว่าทุกอย่างลงตัว แต่แปลว่าเรากล้าคุยกันทุกเรื่อง ถ้าคุยกันได้แบบนี้ บอกเลยว่าเริ่มต้นได้ดีมากแล้วค่ะ

Checklist (ติ๊กได้ พิมพ์ได้)

ติ๊กไว้ได้เลย เว็บจะจำไว้ในเครื่องนี้ให้ค่ะ

10 คำถามที่ควรคุยกับแฟน

ไม่ต้องตอบครบในคืนเดียว ค่อยๆ คุยทีละข้อก็ได้

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01จะรู้ได้ยังไงว่าเราพร้อมมีลูกหรือยัง

    ลองถามตัวเองและแฟนว่า อยากมีเพราะเราอยากเองหรือเพราะถูกกดดัน สุขภาพกายใจเป็นยังไง งานและเงินรับมือช่วงปีแรกได้ไหม ใครจะทำอะไรในบ้าน และใครช่วยเลี้ยงได้บ้าง ถ้าคุยกันได้ตรงๆ และมีแผนสำหรับข้อที่ยังไม่พร้อม ก็ถือว่าเริ่มพร้อมแล้ว

  2. 02ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะพร้อมมีลูก

    ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะขึ้นกับรายได้ สิทธิ์การรักษา และเลือกคลอดที่ไหน เริ่มจากเช็กสิทธิ์ประกันสังคมหรือบัตรทอง เงินช่วงที่รายได้ลดลงระหว่างลาคลอด และค่าใช้จ่ายรายเดือนของลูก แล้วค่อยตั้งเป้าเงินสำรอง

  3. 03แฟนยังไม่อยากมีลูก ควรทำยังไง

    ลองถามเหตุผลจริงๆ ของเขาโดยไม่ตัดสิน บางคนกังวลเรื่องเงิน งาน หรือกลัวเลี้ยงไม่ดี ถ้าคุยกันเองแล้ววนอยู่ที่เดิม การไปคุยกับผู้ให้คำปรึกษาด้านครอบครัวช่วยได้ การมีลูกควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้งคู่

  4. 04ถูกพ่อแม่หรือญาติกดดันให้มีลูก รับมือยังไง

    ตกลงกับแฟนก่อนว่าจะตอบเหมือนกัน แล้วตอบสั้นๆ สุภาพ เช่น กำลังวางแผนกันอยู่ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียด March of Dimes ชวนให้ถามตัวเองด้วยว่าเรารู้สึกถูกกดดันให้มีลูกไหม เพราะการตัดสินใจนี้ควรมาจากเราสองคน

  5. 05เคยเป็นซึมเศร้าหรือวิตกกังวล มีลูกได้ไหม

    มีได้ค่ะ แต่ควรบอกแพทย์ตั้งแต่ช่วงวางแผน โดยเฉพาะถ้ากินยาอยู่ อย่าหยุดยาเอง March of Dimes ย้ำว่าสุขภาพใจสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย และการดูแลใจตั้งแต่ก่อนท้องช่วยทั้งแม่และลูก

  6. 06อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะจะมีลูก

    ไม่มีอายุที่ถูกต้องสำหรับทุกคน แต่อายุมีผลต่อโอกาสตั้งครรภ์ ถ้ากังวลเรื่องอายุหรือพยายามมานานแล้ว ให้ปรึกษาแพทย์ NHS แนะนำให้ไปพบแพทย์ถ้าพยายามมา 1 ปีแล้วยังไม่ตั้งครรภ์

Ask MamaMapa

มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?

พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ

เราไม่ใช่แพทย์ ถ้าเร่งด่วนหรือลูกไม่สบาย ปรึกษาคุณหมอหรือโทร 1669 ก่อนนะคะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. March of Dimes: Planning your pregnancy
  2. March of Dimes: Why planning for your baby supports your mental and emotional health
  3. NHS: Planning your pregnancy
  4. NHS: Trying to get pregnant

Mental HealthMoney & Rights

ลูกอยู่ช่วงไหน
🔍 ค้นหาบทความ