ตรวจสุขภาพก่อนมีลูก: รายการที่หมอสูติอยากให้ตรวจ “ก่อน” เห็นสองขีด (บางข้อผู้ชายต้องตรวจด้วย)
ตรวจสุขภาพก่อนมีลูกควรมี ประวัติโรคและยา ความเข้มข้นเลือดกับธาลัสซีเมีย หมู่เลือด ซิฟิลิส HIV ไวรัสตับอักเสบบี ภูมิหัดเยอรมัน ความดัน น้ำตาล และมะเร็งปากมดลูก บางข้อสามีต้องตรวจด้วย

ตัดสินใจแล้วว่าจะมีลูก ขั้นต่อไปที่หลายคนนึกถึงคือ “ต้องไปตรวจอะไรก่อนไหม” แล้วพอเปิดดูแพ็กเกจตรวจก่อนแต่งงานตามโรงพยาบาล ก็เจอรายการยาวเป็นหางว่าว ตัวย่ออ่านไม่ออกสักตัว
ไม่ต้องจำทุกตัวย่อค่ะ เดี๋ยวเราแยกให้ดูทีละข้อว่าแต่ละรายการตรวจไปเพื่ออะไร ข้อไหนผู้ชายต้องตรวจด้วย และควรไปตรวจล่วงหน้านานแค่ไหน มีเช็กลิสต์ให้ติ๊กพกไปโรงพยาบาลด้วยนะคะ
ก่อนมีลูกต้องตรวจสุขภาพอะไรบ้าง
Quick Answer: รายการหลักมี 8 กลุ่ม คือ ประวัติโรคและยา ความเข้มข้นเลือดกับธาลัสซีเมีย หมู่เลือด โรคติดเชื้อที่ส่งถึงลูกได้ ภูมิหัดเยอรมัน ความดันกับน้ำตาลและน้ำหนัก มะเร็งปากมดลูก และเริ่มกรดโฟลิก
| รายการ | ตรวจไปเพื่ออะไร | ผู้ชายตรวจด้วยไหม |
|---|---|---|
| ประวัติโรคและยา | ปรับยาให้ปลอดภัยก่อนท้อง | ควรเล่าด้วย |
| CBC และธาลัสซีเมีย | ดูภาวะซีด และหาคู่เสี่ยงโรคเลือดของลูก | ต้องตรวจ |
| หมู่เลือด ABO และ Rh | ใช้วางแผนดูแลช่วงตั้งครรภ์และคลอด | ไม่จำเป็นเสมอไป ถามหมอได้ |
| ซิฟิลิส HIV ไวรัสตับอักเสบบี | โรคที่ส่งต่อถึงลูกได้ และรักษาหรือป้องกันได้ | ควรตรวจ |
| ภูมิหัดเยอรมัน | ถ้ายังไม่มีภูมิ ฉีดวัคซีนก่อนท้อง | ไม่ต้อง |
| ความดัน น้ำตาล น้ำหนัก | หาโรคที่ควรคุมให้ดีก่อนท้อง | ดีต่อสุขภาพทั้งคู่ |
| มะเร็งปากมดลูก | ถ้าถึงรอบตรวจ ทำก่อนท้องสะดวกกว่า | ไม่ต้อง |
1. ประวัติโรคประจำตัวและยาที่กิน
Quick Answer: เล่าให้หมอฟังทุกโรคและทุกยาที่กิน รวมสมุนไพรและอาหารเสริม และอย่าหยุดยาที่หมอสั่งเองก่อนคุยกับหมอ
NHS (ระบบสาธารณสุขของอังกฤษ) แนะนำให้คุยกับแพทย์ก่อนพยายามมีลูก ถ้าเราหรือแฟนมีโรคประจำตัว เช่น ลมชัก เบาหวาน หรือ HIV และให้บอกยาทุกตัว ทั้งยาที่หมอสั่ง ยาซื้อเอง และสมุนไพร ประโยคที่ NHS ย้ำไว้คือ อย่าหยุดยาที่หมอสั่งจนกว่าจะได้คุยกับหมอหรือแพทย์เฉพาะทางก่อน
ข้อนี้ไม่ต้องเจาะเลือดเลย แต่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งค่ะ ลองจดรายชื่อยาในมือถือก่อนไป หรือถ่ายรูปซองยาไปให้หมอดูเลยก็ได้
2. ความเข้มข้นเลือดและคัดกรองพาหะธาลัสซีเมีย (ตรวจทั้งคู่)
Quick Answer: ตรวจ CBC ดูภาวะซีด และคัดกรองพาหะธาลัสซีเมียด้วย MCV/MCH, OF และ DCIP โดยต้องตรวจทั้งสามีภรรยา เพราะความเสี่ยงของลูกขึ้นกับผลของทั้งสองคน
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่าคนไทยเป็นพาหะธาลัสซีเมียมากถึง 18 ถึง 24 ล้านคน และส่วนใหญ่สุขภาพปกติดี ไม่รู้ตัวเลย การตรวจคัดกรองเป็นการเจาะเลือดธรรมดา ถ้าผลผิดปกติค่อยตรวจยืนยันต่อ
ทำไมผู้ชายต้องตรวจด้วย และถ้าผลออกมาเป็นคู่เสี่ยงต้องทำยังไงต่อ อ่านละเอียดได้ที่ ตรวจธาลัสซีเมียก่อนมีลูก ทำไมหมอขอเลือดพ่อด้วย ค่ะ
3. หมู่เลือด ABO และ Rh
Quick Answer: รู้หมู่เลือดไว้ก่อนช่วยให้ทีมแพทย์วางแผนดูแลช่วงตั้งครรภ์และคลอด โดยเฉพาะคนที่เป็น Rh ลบ
หมู่เลือด ABO และ Rh อยู่ในชุดตรวจฝากครรภ์ของ สปสช. อยู่แล้ว ถ้ายังไม่เคยรู้หมู่เลือดตัวเอง ตรวจตอนนี้เลยก็ไม่เสียหายค่ะ ถ้าผลออกมาเป็น Rh ลบ ให้บอกหมอทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ หมอจะวางแผนดูแลเฉพาะให้
4. ซิฟิลิส HIV และไวรัสตับอักเสบบี (ควรตรวจทั้งคู่)
Quick Answer: ทั้งสามโรคส่งต่อถึงลูกได้ แต่รักษาหรือป้องกันการติดต่อได้ถ้ารู้เร็ว จึงควรตรวจทั้งสองคนก่อนเริ่มพยายาม
NHS แนะนำให้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ถ้าคิดว่าเราหรือแฟนอาจมีความเสี่ยง และในไทย ชุดฝากครรภ์ของ สปสช. ก็ตรวจซิฟิลิส HIV และไวรัสตับอักเสบบีให้แม่ทุกคน พร้อมตรวจซิฟิลิสให้สามีหรือคู่ของหญิงตั้งครรภ์ด้วย
ไม่ได้แปลว่าใครไม่ซื่อนะคะ เป็นการตรวจมาตรฐานที่ทำกับทุกคน เหมือนเช็กลมยางก่อนขับรถทางไกล
5. ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน
Quick Answer: ถ้ายังไม่มีภูมิหัดเยอรมัน ให้ฉีดวัคซีน MMR ก่อนท้อง แล้ว CDC (ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ) แนะนำให้เลี่ยงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ (1 เดือน) หลังฉีด
หัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์อันตรายต่อลูกในท้อง CDC แนะนำให้เช็กว่าเราได้วัคซีนครบก่อนท้อง และตรวจเลือดยืนยันภูมิได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าตอนเด็กฉีดครบไหม ลองหาสมุดวัคซีนเก่าที่บ้าน หรือบอกหมอว่าอยากตรวจภูมิ
ข้อนี้แหละที่ทำให้ควรไปตรวจล่วงหน้าหลายเดือน ถ้าต้องฉีดจะได้มีเวลาเว้นช่วง ส่วนวัคซีนที่ควรฉีด ระหว่าง ท้อง เป็นอีกชุดหนึ่ง อ่านได้ที่ วัคซีนคนท้อง เข็มไหนฉีดตอนท้อง ค่ะ
6. ความดัน น้ำตาล และน้ำหนัก
Quick Answer: วัดความดัน ตรวจน้ำตาล และดูน้ำหนักตัว เพราะ NHS ระบุว่าน้ำหนักที่น้อยหรือมากเกินไปทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น และน้ำหนักเกินระหว่างท้องเพิ่มความเสี่ยงความดันสูง ครรภ์เป็นพิษ และเบาหวานขณะตั้งครรภ์
ถ้าเจอความดันสูงหรือน้ำตาลสูงตั้งแต่ก่อนท้อง ถือว่าโชคดีนะคะ เพราะมีเวลาคุมให้ดีก่อน ดีกว่ามาเจอตอนท้องได้หลายเดือนแล้ว
ไม่ต้องรีบลดน้ำหนักแบบหักโหมด้วย ค่อยๆ ปรับอาหารและขยับตัวให้มากขึ้นตามที่หมอแนะนำก็พอ
7. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (ถ้าถึงรอบ)
Quick Answer: NHS แนะนำให้เช็กว่าถึงรอบตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือยัง ถ้าถึงแล้ว ตรวจก่อนท้องจะสะดวกกว่า
ใครตรวจล่าสุดนานแล้วจนจำไม่ได้ ถือโอกาสนี้ถามหมอไปพร้อมกันเลยค่ะ
8. เริ่มกรดโฟลิกได้เลย ไม่ต้องรอผลตรวจ
Quick Answer: CDC แนะนำกรดโฟลิกวันละ 400 ไมโครกรัม เริ่มอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เพื่อช่วยป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิดของลูก
ข้อนี้ทำได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอนัดตรวจ ขนาดที่ใช้ แหล่งที่ได้ฟรี และถ้าเริ่มช้าต้องทำยังไง อยู่ใน กรดโฟลิก ทำไมหมอให้กินก่อนรู้ว่าท้อง
ตรวจสุขภาพก่อนมีลูกที่ไหนดี และควรไปก่อนกี่เดือน
Quick Answer: ไปได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิกสูตินรีเวช แนะนำให้ไปราว 3 เดือนก่อนเริ่มพยายาม เผื่อเวลาฉีดวัคซีนและเริ่มโฟลิก
| ที่ตรวจ | ข้อดี | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลรัฐ | ค่าใช้จ่ายมักถูกกว่า ใช้สิทธิ์บางรายการได้ | คิวนาน ถามล่วงหน้าว่าคลินิกไหนรับ |
| โรงพยาบาลเอกชน | มีแพ็กเกจรวม นัดง่าย | ราคาต่างกันมาก ขอดูรายการก่อนจ่าย |
| คลินิกสูตินรีเวช | คุยกับหมอสูติได้ตรงๆ | บางรายการอาจต้องส่งแล็บข้างนอก |
เคล็ดลับเล็กๆ เวลาเลือกแพ็กเกจ ให้เทียบกับตารางด้านบนว่ามีครบไหม มากกว่าดูจำนวนรายการ เพราะบางแพ็กเกจรายการเยอะแต่ไม่มีธาลัสซีเมีย หรือไม่มีของฝ่ายชาย
ส่วนเรื่องสิทธิ์ สิ่งที่ชัดที่สุดคือเมื่อท้องแล้ว ชุดฝากครรภ์ของ สปสช. ครอบคลุมการตรวจเลือดเกือบทุกรายการด้านบน และตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ยังตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียกับซิฟิลิสให้สามีด้วย การตรวจก่อนท้องให้ถามโรงพยาบาลตามสิทธิ์ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง ส่วนสิทธิ์ค่าคลอดประกันสังคม เช็กเงื่อนไขไว้ก่อนได้ที่ ประกันสังคมต้องส่งกี่เดือนถึงเบิกค่าคลอดได้
ควรไปหาหมอเร็วกว่ากำหนด ถ้า…
Quick Answer: ถ้ามีโรคประจำตัว กินยาประจำ เคยแท้งหรือมีปัญหาในท้องก่อน ประจำเดือนผิดปกติมาก หรือพยายามมาแล้ว 1 ปีไม่ท้อง ให้นัดหมอโดยไม่ต้องรอ
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง ลมชัก ไทรอยด์ หรือโรคหัวใจ
- กินยาประจำ (อย่าหยุดเอง ให้คุยกับหมอก่อน)
- เคยแท้ง เคยคลอดก่อนกำหนด หรือเคยมีลูกที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด
- มีคนในครอบครัวเป็นธาลัสซีเมีย หรือโรคทางพันธุกรรมอื่น
- ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอมาก ปวดประจำเดือนรุนแรง หรือเลือดออกผิดปกติ
- NHS แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ถ้าพยายามมีลูกมา 1 ปีขึ้นไปแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
- ไปโรงพยาบาลทันที ถ้ามีปวดท้องน้อยรุนแรง เลือดออกทางช่องคลอดมาก หรือหน้ามืดจะเป็นลม
ภาพรวมการเตรียมตัวทั้งร่างกาย เงิน และใจ อยู่ใน เตรียมตัวก่อนมีลูก คู่มือฉบับแม่ไทย ค่ะ
ตรวจครั้งเดียว ได้ทั้งความสบายใจและข้อมูลไว้คุยกับหมอตอนฝากครรภ์ ชวนแฟนลางานครึ่งวันไปด้วยกันนะคะ ถือเป็นเดตแรกของการเป็นพ่อแม่เลย
Checklist (ติ๊กได้ พิมพ์ได้)
ติ๊กไว้ได้เลย เว็บจะจำไว้ในเครื่องนี้ให้ค่ะ
ฝ่ายหญิง
เอาไปถามที่โรงพยาบาลได้เลย บางข้ออาจไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หมอจะเลือกให้ตามประวัติ
ฝ่ายชาย
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01ก่อนมีลูกต้องตรวจสุขภาพอะไรบ้าง
รายการหลักคือ ซักประวัติโรคและยา ตรวจความเข้มข้นเลือด (CBC) และคัดกรองธาลัสซีเมีย หมู่เลือด ABO และ Rh ซิฟิลิส HIV ไวรัสตับอักเสบบี ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน วัดความดัน น้ำตาล น้ำหนัก และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกถ้าถึงรอบ
02ผู้ชายต้องตรวจสุขภาพก่อนมีลูกด้วยไหม
ควรตรวจค่ะ อย่างน้อยคือคัดกรองธาลัสซีเมีย เพราะต้องดูผลคู่กับฝ่ายหญิง และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส HIV และไวรัสตับอักเสบบี รวมถึงบอกหมอเรื่องโรคประจำตัวและยาที่กินอยู่
03ควรตรวจสุขภาพก่อนท้องล่วงหน้ากี่เดือน
ประมาณ 3 เดือนก่อนเริ่มพยายามกำลังดี เพราะถ้าต้องฉีดวัคซีนหัดเยอรมัน CDC แนะนำให้เลี่ยงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีด และ NHS แนะนำให้เริ่มกรดโฟลิกราว 3 เดือนก่อนท้อง
04ตรวจสุขภาพก่อนมีลูกตรวจที่ไหนได้บ้าง
โรงพยาบาลรัฐ (คลินิกนรีเวช ฝากครรภ์ หรือวางแผนครอบครัว) โรงพยาบาลเอกชนที่มีแพ็กเกจตรวจก่อนแต่งงานหรือก่อนมีบุตร และคลินิกสูตินรีเวช ราคาและรายการต่างกันมาก ควรขอดูรายการตรวจก่อนจ่าย
05ตรวจสุขภาพก่อนมีลูกใช้สิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคมได้ไหม
สิทธิ์ที่ชัดเจนที่สุดเริ่มเมื่อตั้งครรภ์แล้ว ชุดฝากครรภ์ของ สปสช. ครอบคลุมการตรวจเลือดหลายรายการ และตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียกับซิฟิลิสให้สามีด้วย ส่วนการตรวจก่อนท้อง ให้สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ์ว่าครอบคลุมรายการใดบ้าง
06ฉีดวัคซีนหัดเยอรมันแล้วต้องรอนานแค่ไหนถึงจะท้องได้
CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ (1 เดือน) หลังฉีดวัคซีน MMR
มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?
พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- NHS: Planning your pregnancy
- CDC: Vaccine Recommendations Before, During, and After Pregnancy
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: แนวทางปฏิบัติในการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมีย (ฉบับปรับปรุง 2562)
- กรุงเทพธุรกิจ: สปสช. สิทธิฝากครรภ์ฟรีทุกสิทธิ พร้อมตรวจคัดกรองคู่สามี
- March of Dimes: Planning your pregnancy


