กรดโฟลิก ทำไมหมอให้กิน “ก่อน” รู้ว่าท้อง และเริ่มช้าไปแล้วต้องทำยังไง
ควรเริ่มกินกรดโฟลิกอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ (NHS แนะนำราว 3 เดือน) เพราะท่อประสาทลูกสร้างเสร็จในไม่กี่สัปดาห์แรก ก่อนหลายคนรู้ว่าท้อง ถ้ารู้ตัวช้า เริ่มทันทีแล้วบอกหมอ

หลายคนได้ยินคำว่า “โฟลิก” ครั้งแรกตอนไปฝากครรภ์ แล้วหมอก็ยื่นยามาให้พร้อมบอกว่า “จริงๆ ควรกินตั้งแต่ก่อนท้องนะ” ใจหายวาบเลยใช่ไหมคะ ว่าเราช้าไปหรือเปล่า
ไม่ต้องตกใจค่ะ เดี๋ยวเราไล่ให้ดูว่าทำไมหมอถึงอยากให้เริ่มก่อน กินเท่าไหร่ นานแค่ไหน และถ้าเริ่มช้าไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง
ทำไมต้องกินกรดโฟลิกก่อนรู้ว่าท้อง
Quick Answer: เพราะท่อประสาทของลูก ซึ่งจะกลายเป็นสมองและไขสันหลัง สร้างตัวในไม่กี่สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ตอนที่หลายคนยังไม่รู้ว่าท้อง กรดโฟลิกต้องมีพอในร่างกาย “ก่อน” ช่วงนั้นจะมาถึง
CDC (ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ) อธิบายว่าภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defects หรือ NTDs) เกิดขึ้นในช่วงแรกสุดของการตั้งครรภ์ ซึ่งมักเป็นช่วงก่อนที่เราจะรู้ตัวด้วยซ้ำ ลองนึกภาพดูนะคะ กว่าประจำเดือนจะเลื่อน กว่าจะซื้อที่ตรวจครรภ์ กว่าจะได้ไปโรงพยาบาล ลูกในท้องก็เดินหน้าไปหลายสัปดาห์แล้ว
พูดง่ายๆ คือ โฟลิกเป็นเรื่องของ “การเตรียมของไว้ก่อนแขกมา” ถ้ารอให้แขกถึงประตูก่อนค่อยวิ่งไปซื้อ ก็อาจไม่ทันช่วงที่สำคัญที่สุด
ต้องกินโฟลิกก่อนท้องกี่เดือน
Quick Answer: CDC แนะนำอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ส่วน NHS (ระบบสาธารณสุขของอังกฤษ) แนะนำให้เริ่มก่อนท้อง โดยดีที่สุดราว 3 เดือนก่อน แล้วกินต่อจนอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์
| แหล่งข้อมูล | เริ่มเมื่อไหร่ | กินถึงเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| CDC (สหรัฐฯ) | อย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ | ต่อเนื่องระหว่างตั้งครรภ์ |
| NHS (อังกฤษ) | ก่อนท้อง ดีที่สุดราว 3 เดือนก่อน | ครบ 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ |
| โครงการกรมอนามัย (ตามที่บทความของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สรุปไว้) | 1 ถึง 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ | ท้องแล้วกินต่อได้ และเสริมไอโอดีนด้วย |
ถ้าเป็นเรา วันที่คุยกับแฟนว่า “เริ่มลองกันเถอะ” ก็คือวันที่เริ่มโฟลิกเลยค่ะ ไม่ต้องรอให้ตรวจสุขภาพครบก่อนก็ได้ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว ร่างกายยิ่งมีเวลาสะสม
แล้วบอกเลยว่า CDC แนะนำกรดโฟลิกให้ผู้หญิงทุกคนที่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ แม้ยังไม่ได้วางแผนจริงจังด้วยซ้ำ เพราะการตั้งครรภ์จำนวนมากไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า
กินกรดโฟลิกวันละเท่าไหร่
Quick Answer: CDC แนะนำวันละ 400 ไมโครกรัม (0.4 มิลลิกรัม) สำหรับผู้หญิงที่มีโอกาสตั้งครรภ์ ส่วนในไทย กรมอนามัยส่งเสริมยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก 60 มิลลิกรัมกับกรดโฟลิก 2.8 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 1 เม็ด
ตัวเลขดูต่างกันใช่ไหมคะ เพราะเป็นคนละรูปแบบการกิน
- แบบรายวัน วันละ 400 ไมโครกรัม ตามคำแนะนำของ CDC มักอยู่ในวิตามินรวมสำหรับเตรียมตั้งครรภ์ หรือเม็ดโฟลิกเดี่ยว
- แบบรายสัปดาห์ ตามโครงการของกรมอนามัย เป็นเม็ดรวมธาตุเหล็กกับกรดโฟลิก กินสัปดาห์ละครั้ง
เลือกแบบไหนดี อันนี้แนะนำให้ถามเภสัชกรหรือหมอที่เราไปตรวจสุขภาพก่อนท้องค่ะ โดยเฉพาะถ้ากินวิตามินอื่นอยู่แล้ว จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน และ ไม่ควรเพิ่มขนาดเอง เพราะคิดว่ากินมากยิ่งดี
ใครต้องกินโฟลิกขนาดสูงกว่าคนทั่วไป
Quick Answer: คนที่เคยตั้งครรภ์ลูกที่มีภาวะหลอดประสาทไม่ปิด CDC ระบุว่าแนะนำวันละ 4,000 ไมโครกรัม เริ่ม 1 เดือนก่อนท้องจนครบ 3 เดือนแรก ภายใต้การดูแลของแพทย์ และบางคนที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาบางตัวก็อาจต้องปรับขนาด
NHS เองก็เขียนไว้ว่าผู้หญิงบางคนที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ “ต้องได้ขนาดสูงกว่าคนอื่น” แต่ใครบ้างนั้นต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน
ลองถามหมอเรื่องนี้ ถ้าเรามีข้อใดข้อหนึ่ง
- เคยตั้งครรภ์ที่ลูกมีภาวะหลอดประสาทไม่ปิด หรือมีคนในครอบครัวเป็น
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือลมชัก
- กินยาประจำอยู่ (NHS ย้ำว่า อย่าหยุดยาที่หมอสั่งเอง ให้คุยกับหมอก่อน)
รู้ว่าท้องแล้วแต่ยังไม่ได้กินโฟลิก ทำยังไงดี
Quick Answer: เริ่มกินทันทีวันนี้เลย ไม่ต้องรอวันฝากครรภ์ แล้วบอกหมอในนัดแรกว่าเพิ่งเริ่ม หมอจะดูแลต่อตามขั้นตอนปกติ
เรื่องนี้เจอบ่อยมากค่ะ ท้องที่ไม่ได้วางแผน หรือวางแผนแต่ลืม ไม่ต้องโทษตัวเองนะคะ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ
- เริ่มกินโฟลิกวันนี้ ซื้อที่ร้านยาได้ บอกเภสัชกรว่าท้องอ่อนๆ
- รีบไปฝากครรภ์ ภายในไตรมาสแรก อ่านขั้นตอนได้ที่ ฝากครรภ์ครั้งแรก ไปตอนกี่สัปดาห์
- บอกหมอตรงๆ ว่าเริ่มกินเมื่อไหร่ หมอจะดูแลและตรวจติดตามลูกตามช่วงอายุครรภ์อยู่แล้ว
- กินต่อ อย่างน้อยจนครบ 12 สัปดาห์ตามคำแนะนำของ NHS หรือตามที่หมอบอก
กินผักใบเขียวแทนเม็ดโฟลิกได้ไหม
Quick Answer: ผักใบเขียว ถั่ว และส้มมีโฟเลตจากธรรมชาติ ควรกินอยู่แล้ว แต่ CDC ระบุว่ากรดโฟลิกจากเม็ดเสริมและอาหารเสริมกรดโฟลิกคือรูปแบบที่งานวิจัยพบว่าช่วยป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด จึงควรกินเม็ดควบคู่ไปด้วย
ครัวไทยมีผักใบเขียวเยอะมากค่ะ ผักโขม คะน้า บรอกโคลี ผักบุ้ง ถั่วต่างๆ ส้ม ใส่ไว้ในเมนูประจำวันได้สบาย ผัดผักรวม ต้มจืด แกงเลียง ทำง่ายและดีต่อทั้งบ้าน
แต่ให้คิดว่าผักคือ “ฐาน” ส่วนเม็ดโฟลิกคือ “ประกัน” ค่ะ เพราะเรากะปริมาณโฟเลตจากอาหารได้ยาก ผักบางมื้อก็ได้เยอะ บางวันยุ่งจนแทบไม่ได้กินผักเลย
ถ้าอยากเตรียมตัวด้านอื่นด้วย ดูภาพรวมทั้งหมดได้ใน เตรียมตัวก่อนมีลูก คู่มือฉบับแม่ไทย และรายการตรวจที่ควรทำใน ตรวจสุขภาพก่อนมีลูก ค่ะ
ขอยาโฟลิกฟรีได้ไหม หรือต้องซื้อเอง
Quick Answer: สิทธิประโยชน์ของ สปสช. ครอบคลุมการให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ ลองถามที่ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลรัฐตามสิทธิ์ หรือซื้อเองที่ร้านยาโดยปรึกษาเภสัชกร
ในงานรณรงค์ของกรมอนามัยปี 2566 มีการพูดถึงการให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ไว้ในชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช. ด้วย แต่การจ่ายยาจริงอาจต่างกันไปตามหน่วยบริการ เดินไปถามได้เลยค่ะ ไม่ต้องเขิน บอกแค่ว่า “กำลังวางแผนมีลูก อยากได้ยาเสริมธาตุเหล็กกับโฟลิก”
ถ้าซื้อเองที่ร้านยา ให้เภสัชกรช่วยดูฉลากว่ามีกรดโฟลิกเท่าไหร่ต่อเม็ด และกินร่วมกับวิตามินอื่นที่เรามีได้ไหม
ควรคุยกับหมอก่อนเริ่ม ถ้า…
Quick Answer: ถ้าเคยมีลูกที่มีภาวะหลอดประสาทไม่ปิด มีโรคประจำตัว กินยาประจำ หรือรู้ว่าท้องแล้ว ให้คุยกับหมอหรือเภสัชกรเพื่อกำหนดขนาดที่เหมาะ
- เคยตั้งครรภ์ที่ลูกมีภาวะหลอดประสาทไม่ปิด หรือมีประวัติในครอบครัว
- เป็นเบาหวาน ลมชัก หรือโรคเรื้อรังอื่น และกินยาประจำ
- กินวิตามินหรืออาหารเสริมหลายตัวอยู่แล้ว กลัวซ้ำซ้อน
- รู้ว่าท้องแล้ว และยังไม่ได้ฝากครรภ์ (ไปฝากครรภ์โดยเร็ว)
- มีเลือดออกทางช่องคลอดหรือปวดท้องรุนแรงระหว่างท้องอ่อน ให้ไปโรงพยาบาลทันที อ่านเพิ่มที่ เลือดออกนิดๆ ตอนท้องอ่อน
เม็ดเล็กๆ วันละเม็ด (หรือสัปดาห์ละเม็ด) คือหนึ่งในสิ่งที่ง่ายที่สุดที่เราทำให้ลูกได้ตั้งแต่ยังไม่เจอกันเลยค่ะ เริ่มวันนี้ ก็ยังดีกว่าเริ่มพรุ่งนี้นะคะ
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01ต้องกินโฟลิกก่อนท้องกี่เดือน
CDC แนะนำให้เริ่มอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ส่วน NHS แนะนำให้เริ่มก่อนท้อง โดยดีที่สุดคือราว 3 เดือนก่อน แล้วกินต่อจนอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์
02กรดโฟลิกต้องกินวันละเท่าไหร่
CDC แนะนำวันละ 400 ไมโครกรัมสำหรับผู้หญิงที่มีโอกาสตั้งครรภ์ ส่วนโครงการของกรมอนามัยใช้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก 2.8 มิลลิกรัม สัปดาห์ละ 1 เม็ด ขนาดที่เหมาะกับแต่ละคนให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร
03รู้ว่าท้องแล้วแต่ยังไม่ได้กินโฟลิกเลย ทำยังไงดี
เริ่มกินทันทีที่รู้ ไม่ต้องรอวันฝากครรภ์ แล้วบอกหมอในนัดแรกว่าเพิ่งเริ่ม หมอจะดูแลและตรวจติดตามตามปกติ ไม่ต้องโทษตัวเองนะคะ
04กินผักใบเขียวเยอะๆ แทนเม็ดโฟลิกได้ไหม
ผักใบเขียว ถั่ว และส้มมีโฟเลตธรรมชาติ ช่วยได้และควรกินอยู่แล้ว แต่ CDC ระบุว่ากรดโฟลิกแบบเม็ดเสริมหรือในอาหารเสริมกรดโฟลิก คือรูปแบบที่มีงานวิจัยว่าช่วยป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด จึงแนะนำให้กินแบบเม็ดควบคู่ไปด้วย
05ใครต้องกินโฟลิกขนาดสูงกว่าปกติ
เช่น คนที่เคยตั้งครรภ์ลูกที่มีภาวะหลอดประสาทไม่ปิด ซึ่ง CDC ระบุว่าแนะนำวันละ 4,000 ไมโครกรัมตามที่แพทย์สั่ง รวมถึงบางคนที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาบางชนิด ต้องให้แพทย์เป็นคนกำหนดขนาด ไม่ควรเพิ่มเอง
06ขอยาโฟลิกฟรีได้ที่ไหน
สิทธิประโยชน์ของ สปสช. ครอบคลุมการให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ ลองสอบถามที่ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลรัฐตามสิทธิ์ของเรา หรือซื้อที่ร้านยาโดยปรึกษาเภสัชกร
มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?
พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ


