จดบริษัทเลย หรือเป็นบุคคลธรรมดาไปก่อน: จุดที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว
ร้านเล็กส่วนใหญ่เริ่มแบบบุคคลธรรมดาได้คุ้มกว่า จดบริษัทเริ่มคุ้มเมื่อกำไรสูงพอจะจ่ายค่าทำบัญชีและสอบบัญชีทุกปี เทียบภาษีด้วยตัวเลขจริง พร้อมภาระที่ต้องทำทุกปี

พอร้านเริ่มขายดี คำแนะนำที่มักจะตามมาคือ “จดบริษัทสิ จะได้เสียภาษีน้อยลง ดูเป็นมืออาชีพด้วย” ฟังแล้วก็อยากรีบไปจดเลยใช่ไหมคะ แต่หลายคนจดไปแล้วเพิ่งมารู้ว่า ทุกปีต้องจ่ายค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี แถมมีเอกสารต้องส่งตามกำหนดงอกขึ้นมาอีกหลายอย่าง
เราไม่ได้จะตัดสินว่าแบบไหนดีกว่านะคะ แต่จะกางตัวเลขจริงให้ดูว่าร้านขนาดไหนเหมาะกับแบบไหน แล้วสัญญาณอะไรที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว
Note: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล ตัวเลขตัวอย่างคำนวณแบบง่าย ก่อนตัดสินใจควรให้นักบัญชีคำนวณจากตัวเลขจริงของร้าน หรือสอบถามกรมสรรพากร 1161 และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 1570
บุคคลธรรมดา กับ บริษัท ต่างกันตรงไหนบ้าง
Quick Answer: บุคคลธรรมดาเสียภาษีจากรายได้หักค่าใช้จ่าย ในอัตราก้าวหน้า 5 ถึง 35% ส่วนบริษัทเสียภาษีจากกำไรสุทธิ ถ้าเป็น SME ได้ยกเว้น 300,000 บาทแรก แลกกับภาระบัญชีและสอบบัญชีทุกปี
| เรื่อง | บุคคลธรรมดา | บริษัทจำกัด / หจก. (SME) |
|---|---|---|
| ภาษีเงินได้ | อัตราก้าวหน้า 5 ถึง 35% ของเงินได้สุทธิ (150,000 บาทแรกยกเว้น) | กำไรไม่เกิน 300,000 บาท ยกเว้น, 300,001 ถึง 3 ล้านบาท 15%, เกิน 3 ล้านบาท 20% |
| หักค่าใช้จ่าย | ขายสินค้าเลือกหักเหมา 60% หรือตามจริง | หักตามจริงเท่านั้น ต้องมีหลักฐาน |
| บัญชี | รายงานเงินสดรับจ่าย ทำเองได้ | ต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย |
| สอบบัญชี | ไม่ต้อง | บริษัทต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ทุกปี |
| เงินในร้าน | เป็นเงินเราเลย | เป็นเงินบริษัท เอาออกมาได้ทางเงินเดือนหรือเงินปันผล |
| ความรับผิด | รับผิดไม่จำกัด | บริษัทจำกัดรับผิดไม่เกินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ |
อัตรา SME ใช้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ก็เสียอัตราทั่วไป 20% ของกำไรทั้งหมดค่ะ
ลองเทียบตัวเลข ร้านเล็กกับร้านกลาง จ่ายต่างกันเท่าไหร่
Quick Answer: ร้านที่ยอดขายหลักแสนถึงไม่กี่แสน แทบไม่ได้ประโยชน์จากการจดบริษัท แต่ร้านที่กำไรถึงหลายแสนบาทต่อปี ภาษีรวมอาจลดลงได้หลายหมื่นบาท ถ้าคุ้มกับค่าบัญชีรายปี
ลองสมมติว่าเป็นคุณแม่โสด รายได้มาจากร้านอย่างเดียว ใช้แค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท (ชีวิตจริงมีลดหย่อนอื่นอีก เช่น บุตร ประกันสังคม)
ตัวอย่าง A: ยอดขายปีละ 600,000 บาท ต้นทุนจริงประมาณ 50%
- บุคคลธรรมดา หักเหมา 60% เหลือ 240,000 หักลดหย่อน 60,000 เหลือเงินได้สุทธิ 180,000 บาท ภาษีประมาณ 1,500 บาท
- ถ้าเป็นบริษัท กำไรประมาณ 300,000 บาท อยู่ในช่วงยกเว้นพอดี แต่ต้องจ่ายค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีทุกปี ซึ่งมักมากกว่า 1,500 บาทหลายเท่า
ร้านขนาดนี้ อยู่แบบบุคคลธรรมดาคุ้มกว่าแบบไม่ต้องคิดเลย ค่ะ
ตัวอย่าง B: ยอดขายปีละ 3,000,000 บาท ต้นทุนจริง 75% กำไร 750,000 บาท
แบบบุคคลธรรมดา (หักตามจริง เพราะต้นทุนเกิน 60%)
| ขั้นตอน | บาท |
|---|---|
| เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายจริง | 750,000 |
| หักลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 |
| เงินได้สุทธิ | 690,000 |
| ภาษี (0 + 7,500 + 20,000 + 28,500) | ประมาณ 56,000 |
แบบบริษัท สมมติจ่ายเงินเดือนตัวเองเดือนละ 30,000 บาท (360,000 บาทต่อปี ซึ่งบริษัทนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้)
| ขั้นตอน | บาท |
|---|---|
| กำไรบริษัทหลังหักเงินเดือน | 390,000 |
| ภาษีบริษัท (300,000 แรกยกเว้น, ส่วนที่เหลือ 15%) | 13,500 |
| ภาษีเงินเดือนของเรา (หักค่าใช้จ่าย 100,000 ลดหย่อน 60,000 เหลือ 200,000) | ประมาณ 2,500 |
| รวมภาษี | ประมาณ 16,000 |
ดูเหมือนประหยัดได้ราว 40,000 บาท แต่ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ยังมีอีกหลายอย่างต้องหักออก
- ค่าทำบัญชีรายเดือนและค่าสอบบัญชีรายปี (ราคาตลาดต่างกันมาก ลองขอใบเสนอราคาสัก 2 ถึง 3 เจ้า)
- กำไรที่เหลือในบริษัทยังไม่ใช่เงินเรา ถ้าจ่ายเป็นเงินปันผลจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
- ถ้าบริษัทจ้างเราเป็นลูกจ้าง อาจมีเรื่องประกันสังคมและภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือนเพิ่ม
- ยอดขาย 3 ล้านเกินเกณฑ์ VAT แล้ว ทั้งสองแบบต้องจด VAT เหมือนกัน
ร้านขนาดนี้แหละค่ะ ที่ถึงเวลา นั่งคุยกับนักบัญชีจริงจัง แล้ว
จดบริษัทแล้ว มีภาระอะไรเพิ่มทุกปี
Quick Answer: ต้องมีผู้ทำบัญชี ปิดงบทุกปี ให้ผู้สอบบัญชีรับรอง ประชุมผู้ถือหุ้น ส่งงบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยื่นภาษีนิติบุคคลปีละ 2 ครั้ง แม้ปีนั้นจะขาดทุนก็ต้องทำ
ตามคู่มือนิติบุคคลตั้งใหม่ของ DBD และคู่มือภาษี SME ของกรมสรรพากร งานที่ต้องทำมีประมาณนี้
- จัดให้มีผู้ทำบัญชี ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
- ผู้สอบบัญชีตรวจและรับรองงบการเงิน ทุกปี บริษัทจำกัดต้องใช้ CPA ส่วน หจก. ที่ทุนไม่เกิน 5 ล้าน สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้าน และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้าน ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้
- ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกภายใน 6 เดือน หลังจดทะเบียน และประชุมสามัญทุกปี
- ส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing ตามกำหนด และส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นภายใน 14 วันหลังประชุมสามัญ
- ยื่น ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรก และ ภ.ง.ด.50 (ทั้งปี) ภายใน 150 วันนับจากวันปิดรอบบัญชี
- แยกเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวเด็ดขาด หยิบเงินบริษัทมาใช้ส่วนตัวไม่ได้แบบเดิมแล้ว
ข้อสุดท้ายนี่แหละ ที่แม่ค้าหลายคนบอกว่าปรับตัวยากที่สุด
จดบริษัทต้องใช้อะไร เสียค่าจดเท่าไหร่
Quick Answer: ต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน ค่าธรรมเนียมจดหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท และจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท บวกอากรแสตมป์ จดออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist ได้
- ผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (เช่น เรากับสามี หรือพี่น้อง)
- ชื่อบริษัทที่จองผ่านแล้ว
- ทุนจดทะเบียน (ร้านเล็กส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องจดสูง ถ้าทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาทก็ยังได้อัตรา SME)
- ค่าธรรมเนียมตามคู่มือ DBD: หนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท, จัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท, อากรแสตมป์หนังสือบริคณห์สนธิ 200 บาท
ค่าจดจ่ายครั้งเดียวจบ แต่ที่ต้องเอามาคิดจริงๆ คือ ค่าใช้จ่ายรายปีที่ตามมาตลอดชีวิตบริษัท ค่ะ
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว
Quick Answer: ให้เริ่มคิดจริงจังเมื่อมีสัญญาณอย่างน้อย 2 ข้อขึ้นไปจากลิสต์ด้านล่าง โดยเฉพาะเรื่องกำไรสูงจนภาษีบุคคลธรรมดาขึ้นขั้น 15 ถึง 20%
- กำไรสุทธิต่อปีสูงหลายแสนบาทขึ้นไป และต้นทุนจริงสูงกว่า 60% จนหักเหมาไม่คุ้ม
- มีลูกค้าองค์กรหรือห้าง ที่ขอทำสัญญากับนิติบุคคล หรือต้องการใบกำกับภาษีจากบริษัท
- อยากแยกความเสี่ยง เช่น สั่งของล็อตใหญ่ เช่าโกดัง จ้างพนักงาน
- มีหุ้นส่วนจริงจัง ที่ควรมีสัดส่วนหุ้นชัดเจน
- อยากขอสินเชื่อธุรกิจหรือหานักลงทุน ซึ่งมักต้องการงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว
- พร้อมจ่ายนักบัญชี และพร้อมแยกเงินบ้านกับเงินร้านแบบเด็ดขาด
ถ้ายังไม่เข้าสักข้อ ไม่เป็นไรเลยค่ะ อยู่แบบบุคคลธรรมดาให้ถูกต้อง ยื่นภาษีครบ จดทะเบียนพาณิชย์ ทำบัญชีรับจ่ายให้ดี ก็เป็นธุรกิจมืออาชีพได้เหมือนกัน
ระหว่างนี้ ควรเตรียมอะไรไว้ก่อน
Quick Answer: ทำตัวเลขร้านให้ชัดตั้งแต่ตอนเป็นบุคคลธรรมดา เพราะวันที่ต้องตัดสินใจ นักบัญชีจะถามหาตัวเลขยอดขาย ต้นทุน และกำไรจริงย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี
- จดทะเบียนพาณิชย์ให้เรียบร้อย อ่านขั้นตอนได้ที่ ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม
- ยื่นภาษีบุคคลธรรมดาให้ครบทั้ง ภ.ง.ด.94 และ ภ.ง.ด.90 ดูภาพรวมที่ แม่ค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม
- เริ่มจดรายรับรายจ่ายและเก็บใบเสร็จ ตามวิธีใน ทำบัญชีร้านค้าออนไลน์เองแบบไม่ปวดหัว
- ถ้ายอดขายใกล้ 1.8 ล้านบาท อ่าน ต้องจด VAT ตอนไหน ประกอบด้วย เพราะเรื่อง VAT จะมาถึงก่อนเรื่องบริษัทเสมอ
ไม่ต้องรีบเป็นบริษัทเพื่อให้รู้สึกว่าเป็นธุรกิจจริงหรอกนะคะ ร้านเล็กที่ตัวเลขชัด ยื่นภาษีครบ ก็แข็งแรงมากแล้ว
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01ขายของออนไลน์ ควรจดบริษัทตอนไหน
ไม่มีตัวเลขตายตัวค่ะ แต่สัญญาณที่พบบ่อยคือกำไรสุทธิต่อปีเริ่มสูงหลายแสนบาทขึ้นไป ภาษีบุคคลธรรมดาขึ้นไปขั้น 15 ถึง 20% หรือมีลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษีจากนิติบุคคล ควรให้นักบัญชีเทียบจากตัวเลขจริงก่อน
02จดบริษัทแล้วเสียภาษีน้อยลงจริงไหม
ไม่เสมอไป บริษัท SME ที่ทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้ยกเว้นภาษีกำไร 300,000 บาทแรก แต่ต้องจ่ายค่าทำบัญชีและสอบบัญชีทุกปี และถ้าจ่ายเงินปันผลออกมา จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 10% ร้านที่กำไรน้อยอาจจ่ายรวมแพงกว่าเดิม
03จดบริษัทต้องมีกี่คน
ตามคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
04ค่าจดทะเบียนบริษัทเท่าไหร่
ตามคู่มือของ DBD ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท และจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท บวกอากรแสตมป์ ค่าใช้จ่ายที่หนักกว่าคือค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีที่ต้องจ่ายทุกปี
05หจก. กับบริษัทต่างกันยังไงสำหรับร้านเล็ก
ทั้งคู่เป็นนิติบุคคลและใช้อัตราภาษี SME เหมือนกัน จุดต่างที่ร้านเล็กรู้สึกชัดคือ หจก. ขนาดเล็ก (ทุนไม่เกิน 5 ล้าน สินทรัพย์และรายได้ไม่เกิน 30 ล้าน) ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ ซึ่งมักถูกกว่า แต่หุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดไม่จำกัด
06ยอดขายเกิน 1.8 ล้าน ต้องจดบริษัทไหม
ไม่ต้องค่ะ 1.8 ล้านบาทเป็นเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้ทั้งกับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การจดบริษัทเป็นการตัดสินใจแยกกัน
มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?
พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมสรรพากร: อัตราภาษีและการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (อัตรา SME)
- กรมสรรพากร: คู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้ประกอบการ SME
- กรมสรรพากร: บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจัดตั้งบริษัทจำกัด
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: คู่มือนิติบุคคลตั้งใหม่ (หน้าที่หลังจดทะเบียน)


