mamamapa

MamapreneurBusinessอ่าน 10 นาที

เปิดร้านออนไลน์ใช้เงินเริ่มต้นเท่าไหร่จริงๆ งบ 0, 3,000 และ 10,000 บาท ทำอะไรได้บ้าง

เปิดร้านบน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ไม่มีค่าเปิดร้าน แต่ยังมีค่าสต็อก แพ็กเกจ ค่าส่ง ค่าธรรมเนียมเมื่อขายได้ และค่าโฆษณา ดูว่างบ 0, 3,000 และ 10,000 บาท ซื้ออะไรได้บ้าง พร้อมตารางตัวอย่าง

LINE
กล่องพัสดุกระดาษเรียงซ้อนกัน
Photo: Ayrat / Pexels

คำถามนี้ชอบโผล่มาตอนดึกๆ หลังลูกหลับ นอนไถมือถือไปแล้วก็คิดว่า “ถ้าจะลองเปิดร้านจริงๆ ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอนะ” ตามมาด้วยความกลัวว่าลงเงินไปแล้วขายไม่ได้ เงินเก็บก้อนเล็กๆ ที่มีจะหายไปเฉยๆ กลัวแบบนี้ไม่แปลกเลยค่ะ เพราะเงินก้อนแรกของแม่หลายคน ก็คือเงินที่กันไว้ให้ลูกนั่นแหละ

บอกเลยว่าเปิดร้านออนไลน์สมัยนี้ ไม่ต้องมีเงินหลักหมื่นก็เริ่มได้ เดี๋ยวเราแตกให้ดูทีละงบเลย 0 บาท 3,000 กับ 10,000 ว่าแต่ละก้อนเอาไปทำอะไรได้ อะไรต้องมีจริง อะไรรอไว้ก่อนได้ ท้ายๆ มีตารางให้หยิบไปปรับกับของที่จะขายด้วยค่ะ

เปิดร้านออนไลน์ ต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง

Quick Answer: ค่าเปิดร้านบนแพลตฟอร์มเป็นศูนย์ แต่มีต้นทุนหลัก 5 ก้อน คือ สต็อกสินค้า แพ็กเกจ ค่าส่ง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเมื่อขายได้ และค่าโฆษณาถ้าเลือกใช้

แยกให้เห็นภาพง่ายๆ แบบนี้ค่ะ

ต้นทุนจ่ายตอนไหนหมายเหตุ
สต็อกสินค้าก่อนขายก้อนใหญ่ที่สุด ยกเว้นขายพรีออเดอร์หรือขายฝีมือ
แพ็กเกจก่อนขายกล่อง ซอง บับเบิล เทป สติกเกอร์
ค่าส่งทุกออเดอร์ลูกค้าจ่าย หรือร้านออกเองถ้าทำโปรส่งฟรี
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มหักเมื่อขายได้ค่าธรรมเนียมการขายตามหมวด + ค่าธุรกรรมการชำระเงิน
ค่าโฆษณาเลือกเองได้ไม่จำเป็นในเดือนแรก
ค่าจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันหลังเริ่มขายยื่นที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ค่าธรรมเนียมหลักสิบบาท

ตัวที่มือใหม่มักลืมคิดคือ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่ได้จ่ายตอนเปิดร้าน แต่โดนหักจากยอดขายทุกออเดอร์ ข้อมูลที่ FlowAccount สรุปไว้ในปี 2569 คือ ค่าธรรมเนียมการขายของร้านทั่วไปบน Shopee อยู่ราว 7.49 ถึง 17.12% และบน Lazada ราว 6.96 ถึง 17.12% ตามหมวดสินค้า บวกค่าธุรกรรมการชำระเงินราว 3.21% (รวม VAT) ตัวเลขพวกนี้ปรับกันปีละหลายรอบ ก่อนตั้งราคาเลยต้องเข้าไปเช็กใน Seller Center ของแต่ละเจ้าทุกครั้งนะคะ

งบ 0 บาท เริ่มได้จริงไหม

Quick Answer: ได้ค่ะ ถ้าไม่ต้องซื้อสต็อกล่วงหน้า เช่น ขายพรีออเดอร์ ขายของมือสองในบ้าน หรือขายงานฝีมือและบริการที่ทำเองได้

งบศูนย์ไม่ได้แปลว่าไม่มีต้นทุนเลยนะ แต่หมายถึงเราไม่ต้องควักเงินก่อนมีคนจ่ายให้

  • ขายพรีออเดอร์ รับเงินหรือมัดจำก่อน แล้วค่อยสั่งของ ต้องบอกวันได้ของให้ชัดและทำตามที่บอก
  • ขายของมือสองของลูก เสื้อผ้าที่โตไม่ทันใส่ ของเล่น หนังสือนิทาน อันนี้คือสนามซ้อมที่ดีมาก ได้ฝึกถ่ายรูป ตอบแชต แพ็กของจริงๆ ก่อนจะลงเงินสักบาท
  • ขายฝีมือหรือบริการ เช่น ทำขนม รับเย็บ รับออกแบบ ใช้วัตถุดิบตามออเดอร์
  • ถ่ายรูปด้วยมือถือ ข้างหน้าต่างช่วงสาย ใช้กระดาษขาวหรือผ้าปูเรียบๆ เป็นฉาก
  • ใช้กล่องเก่าที่สะอาด ช่วงแรกได้ แต่ต้องแข็งแรงพอ

แต่ระวังนิดนึง ถ้าขายพรีออเดอร์แล้วโรงงานส่งของช้า คนที่โดนลูกค้าทวงคือเราเองนะ ถ้ายังลังเลระหว่างพรีออเดอร์ ดรอปชิป กับสต็อกเอง ลองอ่าน ดรอปชิปหรือสต็อกเอง แบบไหนเหมาะกับแม่ ประกอบค่ะ

งบ 3,000 บาท ควรแบ่งยังไง

Quick Answer: ใช้ราวครึ่งหนึ่งถึงสองในสามกับสต็อกล็อตเล็ก ที่เหลือเป็นแพ็กเกจ ฉากถ่ายรูปง่ายๆ ค่าจดทะเบียน และเงินทดลองโฆษณาเล็กน้อย โดยกันเงินสำรองไว้

มองงบนี้เป็นเงิน ทดสอบว่าของเราขายได้จริงไหม ไม่ใช่เงินเปิดร้านให้ครบทุกอย่าง หัวใจคือซื้อสต็อกแค่พอขายหมดใน 1 ถึง 2 เดือน ถ้าขายไม่ออกจริงๆ เงินก็ไม่จมเยอะ

เจอโรงงานที่ขั้นต่ำสูงเกิน ลองขอล็อตทดลองดู หรือชวนเพื่อนแม่ค้าที่ขายของคนละแบบมาหารสั่งด้วยกันก็ได้ค่ะ

งบ 10,000 บาท ได้อะไรเพิ่ม

Quick Answer: ได้สต็อกหลายแบบหรือหลายไซซ์มากขึ้น อุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดเวลา เช่น ตาชั่งและเครื่องพิมพ์ใบปะหน้า และมีเงินทดลองโฆษณาเป็นระบบขึ้น

มีหมื่นนึงไม่ได้แปลว่าต้องใช้หมดนะ กันไว้สัก 10% เผื่อเรื่องไม่คาดฝัน เช่น ของล็อตแรกมีตำหนิ หรือค่าส่งขึ้น (อย่าง Flash Express ที่ประกาศปรับค่าส่งเพิ่ม 3 บาทต่อชิ้นแบบชั่วคราวตั้งแต่ 1 เมษายน 2569)

ถ้าเป็นเรา จะลงเงินตามลำดับนี้ เรียงจากคุ้มสุดก่อน

  1. สต็อกสินค้าตัวที่ขายดีแล้ว ไม่ใช่ตัวใหม่ที่ยังไม่เคยลอง
  2. ตาชั่ง ชั่งน้ำหนักจริง ค่าส่งจะไม่คลาด
  3. เครื่องพิมพ์ใบปะหน้า ถ้าส่งของวันละหลายกล่อง ช่วยประหยัดเวลาเขียนมือได้มาก
  4. แพ็กเกจที่ดูเป็นแบรนด์ สติกเกอร์โลโก้ การ์ดขอบคุณ
  5. ทดลองโฆษณา แบ่งเป็นก้อนเล็กๆ ทดลองทีละแบบ

ตัวอย่างตารางต้นทุน 3 งบ

Quick Answer: ตารางนี้เป็นตัวอย่างประมาณการสำหรับสินค้าชิ้นเล็กน้ำหนักเบา ตัวเลขจริงต้องเช็กจากผู้ขายส่ง ร้านแพ็กเกจ และขนส่งในพื้นที่ของเรา

รายการงบ 0 บาทงบ 3,000 บาทงบ 10,000 บาท
สต็อกสินค้า0 (พรีออเดอร์ / มือสอง / ทำตามออเดอร์)1,6005,000
แพ็กเกจ (กล่อง ซอง บับเบิล เทป)ใช้กล่องเก่า350800
สติกเกอร์ การ์ดขอบคุณ0150300
ฉากและไฟถ่ายรูปแสงหน้าต่าง150400
ตาชั่ง / เครื่องพิมพ์ใบปะหน้า001,500 (ประมาณการ เช็กราคาก่อนซื้อ)
ค่าจดทะเบียนพาณิชย์ควรจดเมื่อเริ่มขาย5050
ทดลองโฆษณา03001,000
เงินสำรอง0400950
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มหักเมื่อขายได้หักเมื่อขายได้หักเมื่อขายได้

สังเกตว่าค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มไม่อยู่ในงบเริ่มต้น แต่ต้องไปซ่อนอยู่ใน ราคาขาย ทุกชิ้น ถ้ายังงงว่าบวกยังไง ไปต่อที่ สูตรตั้งราคาสินค้าให้มีกำไรจริง ค่ะ

แอบบอกอีกนิด แพลตฟอร์มมักมีโปรต้อนรับร้านใหม่ อย่างหน้าเปิดร้านของ Lazada ก็เขียนไว้ว่ามีสิทธิพิเศษผู้ขายใหม่ รวมถึงค่าธรรมเนียม 0% ช่วง 30 วันแรกในบางรายการ แต่เงื่อนไขเปลี่ยนได้เรื่อยๆ อ่านให้ละเอียดตอนสมัครจริงนะคะ

ค่าโฆษณา ต้องใช้ตั้งแต่แรกไหม

Quick Answer: ไม่ต้องค่ะ เดือนแรกให้ได้ลูกค้าจริงและรีวิวจริงสักชุดก่อน แล้วค่อยใช้เงินจำนวนน้อยที่ยอมเสียได้มาทดลอง

ร้านเล็กลองไล่ตามนี้ดูค่ะ

  • บอกคนรอบตัวก่อน เพื่อน กลุ่มแม่ในหมู่บ้าน กลุ่มไลน์โรงเรียนลูก
  • ทำคอนเทนต์ฟรี คลิปสั้นตอนแพ็กของ รีวิวการใช้จริง
  • ทดลองโฆษณาเมื่อมีรีวิวแล้ว เริ่มทีละน้อย กำหนดงบที่ยอมเสียได้ไว้ก่อน และจดว่าใช้ไปเท่าไหร่ได้ออเดอร์กี่ชิ้น

จำไว้ข้อเดียวพอ ถ้าค่าโฆษณาต่อออเดอร์แพงกว่ากำไรต่อชิ้น แปลว่ายิ่งขายยิ่งเจ๊ง หยุดก่อนแล้วค่อยปรับค่ะ

ถ้าเงินเก็บไม่พอ ควรกู้มาเปิดร้านไหม

Quick Answer: สำหรับร้านแรก ควรเริ่มจากงบที่เสียได้โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายของลูกก่อน เมื่อรู้แล้วว่าสินค้าขายได้ ค่อยดูแหล่งเงินทุนเพิ่ม

ส่วนตัวเราว่าเริ่มจากงบ 0 หรือ 3,000 บาทก่อน ให้ร้านพิสูจน์ตัวเองสัก 2 ถึง 3 เดือน ถ้ายอดเดินจริงแล้วอยากขยาย ค่อยไปอ่าน เงินทุนเริ่มต้นธุรกิจเล็ก หาจากไหนได้บ้าง ที่รวมตั้งแต่เงินเก็บ พรีออเดอร์ ไปจนถึงสินเชื่อของธนาคารรัฐ และวิธีดูว่าเงินกู้แบบไหนควรหลีกเลี่ยง

ส่วนขั้นตอนเปิดร้านจริงบนแพลตฟอร์ม เริ่มได้จาก เปิดร้าน Shopee วันแรก ค่ะ

ร้านแรกไม่ต้องใหญ่หรอก ขอแค่ไม่ทำให้เราหมดตัว เริ่มเล็กๆ เรียนจากลูกค้าจริง แล้วค่อยๆ โตไปพร้อมลูกนะคะ เป็นกำลังใจให้เลย

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01เปิดร้านออนไลน์ต้องใช้เงินเท่าไหร่

    ค่าเปิดร้านบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop เป็นศูนย์ แต่ต้นทุนจริงขึ้นกับสินค้า ถ้าต้องซื้อสต็อกมาขาย งบเริ่มต้นราว 2,000 ถึง 3,000 บาทพอทดลองล็อตเล็กได้ ถ้าขายแบบพรีออเดอร์หรือขายฝีมือตัวเอง เริ่มได้เกือบไม่ใช้เงิน

  2. 02เปิดร้าน Shopee หรือ Lazada เสียค่าสมัครไหม

    ไม่เสียค่าสมัครหรือค่าเปิดร้าน แพลตฟอร์มจะหักค่าธรรมเนียมการขายและค่าธุรกรรมการชำระเงินเมื่อมีออเดอร์สำเร็จ อัตราต่างกันตามหมวดสินค้าและปรับบ่อย ควรเช็กใน Seller Center ก่อนตั้งราคา

  3. 03ไม่มีเงินทุนเลย เปิดร้านออนไลน์ได้ไหม

    ได้ค่ะ วิธีที่ใช้เงินน้อยที่สุดคือขายแบบพรีออเดอร์ ขายของมือสองในบ้าน หรือขายงานฝีมือและบริการที่ทำเองได้ ใช้มือถือถ่ายรูปด้วยแสงธรรมชาติ และใช้กล่องเก่าที่สะอาดแพ็กของในช่วงแรก

  4. 04งบ 3,000 บาท ควรแบ่งไปซื้ออะไรบ้าง

    ตัวอย่างการแบ่งคือ สต็อกล็อตแรกราวครึ่งหนึ่งถึงสองในสาม ที่เหลือเป็นแพ็กเกจ สติกเกอร์ ฉากถ่ายรูปง่ายๆ ค่าจดทะเบียนพาณิชย์ และเงินทดลองโฆษณาเล็กน้อย โดยเก็บเงินสำรองไว้บ้าง

  5. 05ต้องลงโฆษณาตั้งแต่วันแรกไหม

    ไม่จำเป็นค่ะ ร้านใหม่ควรให้คนรอบตัวและลูกค้าแรกๆ ได้ลองก่อน ให้มีรีวิวจริงสักชุด แล้วค่อยใช้เงินทดลองโฆษณาจำนวนน้อยที่ยอมเสียได้

  6. 06ค่าใช้จ่ายที่มือใหม่มักลืมมีอะไรบ้าง

    ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่หักตอนขายได้ ค่าส่งที่ร้านออกเองเวลาจัดโปรส่งฟรี ของเสียหายหรือตีกลับ ค่าเทปและกล่องที่ใช้เร็วกว่าที่คิด และค่าเวลาของตัวเอง

Ask MamaMapa

มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?

พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ

เราไม่ใช่แพทย์ ถ้าเร่งด่วนหรือลูกไม่สบาย ปรึกษาคุณหมอหรือโทร 1669 ก่อนนะคะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. FlowAccount: อัปเดตค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ ใน Shopee, Lazada และ TikTok Shop ล่าสุด (ปี 2569)
  2. Lazada: ขายของกับ Lazada (ขั้นตอนเปิดร้านและสิทธิพิเศษผู้ขายใหม่)
  3. มติชน: Shopee-Lazada ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการขายรอบใหม่ (2 พ.ค. 2569)
  4. car250: Flash Express ปรับค่าส่งเพิ่ม 3 บาท (ชั่วคราว) ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569

BusinessMoney & Rights

ลูกอยู่ช่วงไหน
🔍 ค้นหาบทความ