mamamapa

Mom LifeSkin Careอ่าน 14 นาที

ฉลากเขียนว่า Organic แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดไหม? อ่านฉลากของใช้ลูกให้เป็น ก่อนจ่ายแพงกว่า

คำว่า Organic บนขวดของใช้เด็กไม่ได้แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวด ไทยยังไม่มีมาตรฐานออร์แกนิกเฉพาะเครื่องสำอาง ดูตราที่รับรองจริง ลำดับส่วนผสม และคำที่ต้องอ่านให้ครบก่อนจ่ายแพงกว่า

LINE
ผู้หญิงสูงวัยใส่แว่นตั้งใจอ่านฉลากข้างขวดในร้านขายยา
Photo: cottonbro studio / Pexels

เคยไหมคะ ยืนอยู่หน้าชั้นของใช้เด็ก เห็นขวดหนึ่งเขียน Organic ตัวโตๆ สีเขียวๆ มีรูปใบไม้ แล้วราคาก็ไม่ได้แพงเลย ในใจคิดว่า คุ้มจัง ได้ของออร์แกนิกในราคานี้ หรือบางทีคนที่หยิบใส่ตะกร้าคือคุณยายที่ตั้งใจซื้อของดีให้หลาน

ความรู้สึกนั้นไม่ผิดเลยค่ะ ทุกคนอยากได้ของที่ดีที่สุดให้ลูก แต่คำว่า Organic บนหน้าขวดเครื่องสำอางไม่ได้แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดเสมอไป เดี๋ยวเราไล่ให้ดูทีละข้อ ว่าคำนี้แปลว่าอะไรได้บ้าง ตราไหนรับรองจริง และพลิกฉลากแล้วต้องดูตรงไหน

ขวดที่เขียนว่า Organic แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดไหม

Quick Answer: ไม่เสมอไปค่ะ ถ้าไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานที่ตรวจจริง คำว่า Organic อาจเป็นชื่อรุ่น ชื่อสูตร หรือคำโฆษณา บางขวดมีส่วนผสมออร์แกนิกอยู่ตัวเดียวในปริมาณน้อยมาก แต่ฐานหลักเป็นอย่างอื่น

พูดง่ายๆ คือ คำบนหน้าขวดมีได้หลายแบบ

  • ชื่อรุ่นหรือชื่อสูตร เช่น “Organic Formula” หรือมีคำว่า Organic อยู่ในชื่อสินค้า อันนี้ไม่ได้บอกเลยว่ามีส่วนผสมออร์แกนิกกี่เปอร์เซ็นต์
  • “with organic extract” หรือ “มีส่วนผสมของ…ออร์แกนิก” แปลว่ามีอย่างน้อยหนึ่งตัวที่เป็นออร์แกนิก อาจเป็นสารสกัดที่ใส่ไว้ท้ายๆ ของสูตร
  • มีตรารับรองพร้อมชื่อหน่วยรับรอง อันนี้แหละที่มีคนนอกมาตรวจตามเกณฑ์ที่เขียนไว้ชัด

ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดคือเบบี้ออยล์ ตอนเราไล่อ่านฉลากเบบี้ออยล์ที่ขายในไทย เจอสองขวดที่ชื่อมีคำว่า Organic แต่ส่วนผสมตัวแรกคือมิเนอรัลออยล์ แล้วมีน้ำมันจากพืชผสมอยู่เล็กน้อย ดูรายละเอียดได้ในอันดับเบบี้ออยล์ที่เราแยกน้ำมันพืชกับมิเนอรัลออยล์ ค่ะ แบบนี้ไม่ได้ผิดกฎหมายเสมอไป แต่ไม่ใช่ “ออร์แกนิกทั้งขวด” แบบที่หลายคนเข้าใจ

ประเทศไทยมีมาตรฐานเครื่องสำอางออร์แกนิกไหม

Quick Answer: เท่าที่เราเช็กจากเอกสารของ อย. ยังไม่เจอมาตรฐานของไทยที่กำหนดเฉพาะว่าเครื่องสำอางต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกเท่าไรถึงเรียกตัวเองว่าออร์แกนิกได้ ตราออร์แกนิกที่เห็นบนเครื่องสำอางส่วนใหญ่จึงเป็นมาตรฐานต่างประเทศ

เรื่องนี้ต้องแยกให้ออกนะคะ

  • ตรา Organic Thailand เป็นตราเกษตรอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร ใช้กับผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับครีมหรือออยล์ทั้งขวด
  • กฎหมายเครื่องสำอางของไทย ห้ามโฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด แต่เราไม่เจอเกณฑ์ตัวเลขที่บอกว่า “ออร์แกนิก” บนเครื่องสำอางต้องมีกี่เปอร์เซ็นต์
  • อเมริกาเองก็คล้ายกัน FDA ระบุชัดว่ากฎหมายเครื่องสำอางของสหรัฐฯ ไม่ได้นิยามคำว่า organic เลย คนที่นิยามคือโครงการออร์แกนิกของ USDA ซึ่งดูแลส่วนผสมที่มาจากการเกษตร

ถ้าวันหนึ่ง อย. ออกแนวทางเรื่องนี้ เราจะกลับมาอัปเดตให้ค่ะ

เลขจดแจ้ง อย. บอกว่าเป็นออร์แกนิกไหม

Quick Answer: ไม่ได้บอกค่ะ เลขจดแจ้งคือการที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์กับ อย. ก่อนวางขาย และต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของสินค้า เป็นเรื่องความปลอดภัยและการขายถูกกฎหมาย ไม่ใช่ใบรับรองออร์แกนิก

แต่ไม่ได้แปลว่าเลขจดแจ้งไม่สำคัญนะ ฉลากภาษาไทยต้องมีเลขที่ใบรับจดแจ้ง ถ้าขวดไหนไม่มีเลย หรือฉลากไทยไม่ครบ อันนี้ควรวางคืนก่อนเลย ถ้าสงสัยสินค้าตัวไหน สอบถามหรือแจ้งเรื่องได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือดูเมนูตรวจสอบผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ อย.

สรุปง่ายๆ ไว้แบบนี้

  • เลขจดแจ้ง = ขายได้ถูกกฎหมาย มีคนรับผิดชอบ
  • ตรารับรองออร์แกนิก = มีหน่วยงานตรวจสัดส่วนส่วนผสมออร์แกนิกตามเกณฑ์

ของดีควรมีอย่างแรกเสมอ ส่วนอย่างที่สองมีเฉพาะขวดที่ไปขอรับรองมาจริงๆ

ตรารับรองออร์แกนิกที่เจอบ่อย แต่ละตราแปลว่าอะไร

Quick Answer: ตราที่เจอบ่อยบนเครื่องสำอางคือ COSMOS ORGANIC และ COSMOS NATURAL (รับรองโดยหน่วยงานอย่าง Ecocert หรือ Soil Association), NATRUE และ USDA Organic แต่ละตรามีเกณฑ์ต่างกัน และคำว่า Natural ไม่เท่ากับ Organic

ตราเกณฑ์หลักที่เราเช็กจากแหล่งต้นทาง
COSMOS ORGANICส่วนผสมจากพืชที่ผ่านกระบวนการทางกายภาพต้องเป็นออร์แกนิกอย่างน้อย 95% และออร์แกนิกรวมอย่างน้อย 20% ของทั้งหมด (แบบทิ้งไว้บนผิว) หรือ 10% (แบบล้างออก) ฉลากต้องบอก “XX% organic of total”
COSMOS NATURALไม่กำหนดขั้นต่ำส่วนผสมออร์แกนิก เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ฉลากบอก “XX% natural origin of total”
NATRUE (ระดับ organic)ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างน้อย 95% ต้องมาจากเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง
USDA Organicตราใช้ได้กับสินค้าที่ออร์แกนิกอย่างน้อย 95% ส่วนคำว่า “Made with Organic” ต้องออร์แกนิกอย่างน้อย 70% และห้ามใช้ตรา

มีอีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ น้ำนับเป็นออร์แกนิกไม่ได้ค่ะ ตามคู่มือ COSMOS น้ำจะดึงเปอร์เซ็นต์ออร์แกนิกลง ครีมหรือโลชั่นที่มีน้ำเยอะเลยมักมีตัวเลขออร์แกนิกรวมต่ำกว่าออยล์ ไม่ได้แปลว่าแย่กว่า แค่สูตรต่างกัน

ส่วนตัวเราว่าเคล็ดลับคือ อย่าดูแค่รูปโลโก้ เพราะใครก็วาดรูปใบไม้ได้ ตราที่รับรองจริงจะมีชื่อหน่วยรับรอง และหลายตรามีรหัสหรือเลขที่ใบรับรองให้เอาไปค้นบนเว็บของหน่วยงานนั้นต่อได้

พลิกฉลากแล้วต้องดูตรงไหน

Quick Answer: ดูส่วนผสมตัวแรกๆ เพราะส่วนผสมบนเครื่องสำอางเรียงจากมากไปน้อย แล้วหาว่าคำว่า organic ไปติดอยู่กับบรรทัดไหน ถ้าไปอยู่กับตัวท้ายๆ แปลว่าส่วนที่เป็นออร์แกนิกมีไม่มาก

ขวดและหลอดครีมสีขาวไม่มีฉลากวางบนผ้า ภาพ: Cup of Couple / Pexels

ตามข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางอาเซียน ซึ่งไทยใช้ร่วมกับประเทศสมาชิก ส่วนผสมต้องเรียงตามน้ำหนักจากมากไปน้อย ตัวที่มีน้อยกว่า 1% เรียงต่อท้ายแบบไหนก็ได้ ลองอ่านแบบนี้

  1. ดู 3 ตัวแรก ถ้าเป็น Aqua (น้ำ), Mineral Oil, Paraffinum Liquidum หรือซิลิโคน แปลว่าฐานของขวดไม่ใช่ส่วนผสมออร์แกนิก
  2. หาคำว่า organic ในรายการส่วนผสม ดูว่าไปติดอยู่กับตัวไหน ขวดที่ผ่าน COSMOS จะเขียนกำกับไว้ในรายการส่วนผสม เช่น organically grown หรือ organic ingredient
  3. ดูว่ามันอยู่ก่อนหรือหลังน้ำหอม น้ำหอม (Parfum, Fragrance) มักใส่น้อยมาก ถ้าส่วนผสมออร์แกนิกอยู่หลังน้ำหอม ก็น่าจะมีปริมาณน้อยตามไปด้วย
  4. หาเปอร์เซ็นต์ ขวดที่ผ่านการรับรองมักบอกตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น COSMOS ต้องเขียนว่า “XX% organic of total” ถ้าไม่มีตัวเลขเลย ก็เดาไม่ได้ว่ามีเท่าไร

แล้วอย่าลืมเช็กเรื่องอื่นที่สำคัญกับผิวลูกด้วยนะคะ FDA ของสหรัฐฯ บอกไว้ตรงๆ ว่าแหล่งที่มาของส่วนผสมไม่ได้เป็นตัวตัดสินความปลอดภัย พืชออร์แกนิกบางชนิดก็แพ้ได้ สำหรับลูกเล็ก การดูว่ามีน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยไหม สำคัญพอๆ กับคำว่าออร์แกนิกเลย

ราคาบอกอะไรได้บ้าง

Quick Answer: ราคาไม่ได้พิสูจน์อะไรได้ แต่ช่วยเตือนได้ ถ้าขวดใหญ่ราคาถูกมากแต่เขียนว่าออร์แกนิก ให้พลิกดูส่วนผสมก่อนตัดสินใจ

ของออร์แกนิกจริงไม่จำเป็นต้องแพงเว่อร์ และของแพงก็ไม่ได้แปลว่าออร์แกนิก แต่ถ้าราคาต่อ 100 มล. ใกล้เคียงกับขวดมิเนอรัลออยล์ทั่วไป แล้วหน้าขวดเน้นคำว่า Organic มาก นั่นคือสัญญาณให้อ่านด้านหลังให้ครบค่ะ ลองคิดราคาต่อ 100 มล. ไว้เทียบกันทุกครั้ง จะเห็นภาพชัดขึ้นเยอะ

เวลาคุณยายซื้อของให้หลาน

Quick Answer: คุณยายคุณย่าตั้งใจซื้อของดีให้หลาน คำว่า Organic เลยดูน่าไว้ใจ วิธีที่นุ่มนวลที่สุดคือชวนกันอ่านฉลาก ไม่ใช่บอกว่าซื้อผิด

ผู้ใหญ่หลายท่านโตมากับยุคที่คำบนหน้ากล่องคือสิ่งที่เชื่อถือได้ แล้วตัวหนังสือด้านหลังขวดก็เล็กมาก เป็นภาษาอังกฤษด้วย ใครอ่านก็ปวดตาค่ะ ไม่ใช่เรื่องรู้หรือไม่รู้เลย ลองแบบนี้ดู

  • ขอบคุณก่อนเสมอ ของที่ท่านซื้อมาด้วยความรัก ถ้าลูกไม่แพ้ และขวดนั้นไม่มีน้ำหอมแรงๆ ก็ใช้ต่อได้ ไม่ต้องทิ้ง
  • ชวนไปซื้อด้วยกัน แล้วพลิกขวดดูพร้อมกัน ช่วยอ่านตัวเล็กๆ ด้านหลังให้ท่านฟัง ทำเป็นเรื่องสนุกตอนเดินห้าง ไม่ใช่การสอน
  • จดชื่อที่ใช้อยู่ให้ท่าน ถ่ายรูปขวดที่ลูกใช้แล้วไม่มีปัญหา ส่งไลน์ให้คุณยาย ท่านจะได้ซื้อตัวเดิมได้สบายใจ
  • บอกเหตุผลจากผิวลูก เช่น “ลูกผิวแพ้ง่าย เลยต้องเลือกแบบไม่มีน้ำหอม” ฟังดูเป็นเรื่องของหลาน ไม่ใช่เรื่องว่าใครเลือกผิด

ถ้าที่บ้านมีความเชื่อเรื่องของใช้ลูกอื่นๆ อีก เราเคยรวบรวมความเชื่อที่ได้ยินบ่อยแล้วเช็กกับหลักฐานไว้ เปิดอ่านด้วยกันได้นะคะ

เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนจ่ายแพงกว่าเพราะคำว่า Organic

Quick Answer: ก่อนจ่ายเพิ่มเพราะคำว่า Organic ให้เช็กเลขจดแจ้ง ตรารับรองพร้อมชื่อหน่วยรับรอง เปอร์เซ็นต์ออร์แกนิก ส่วนผสมตัวแรก ตำแหน่งของคำว่า organic ในรายการ และน้ำหอม

เช็กลิสต์หน้าชั้นวาง

  1. มีเลขจดแจ้ง อย. และฉลากภาษาไทยครบไหม
  2. มีตรารับรองที่บอกชื่อหน่วยรับรองไหม (เช่น COSMOS ORGANIC โดย Ecocert หรือ Soil Association, NATRUE, USDA Organic) หรือมีแค่คำว่า Organic เฉยๆ
  3. บอกเปอร์เซ็นต์ออร์แกนิกไหม
  4. ส่วนผสม 3 ตัวแรกคืออะไร
  5. คำว่า organic ติดอยู่กับส่วนผสมตัวไหน อยู่ต้นหรือท้ายรายการ
  6. มีน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยไหม (Parfum, Fragrance, ชื่อน้ำมันอย่าง Lavandula)

ถ้าข้อ 2 และ 3 ว่างเปล่า ก็ไม่ได้แปลว่าขวดนั้นแย่นะคะ แค่แปลว่าเราไม่ควรจ่ายแพงกว่าเพียงเพราะคำว่า Organic บนหน้าขวด ส่วนของจำเป็นอื่นๆ สำหรับลูกแรกเกิด ดูได้ในลิสต์ของใช้เด็กแรกเกิดที่ต้องซื้อจริง และถ้าสงสัยเรื่องแป้งเด็ก เรามีเรื่องทาแป้งหลังอาบน้ำไว้ให้อ่านต่อค่ะ

เลือกของให้ลูกไม่ต้องเพอร์เฟกต์ทุกขวดนะคะ แค่อ่านเป็น ก็ไม่โดนคำสวยๆ หลอกให้จ่ายเกินแล้ว

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01ขวดที่เขียนว่า Organic แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดไหม

    ไม่จำเป็นค่ะ ถ้าไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานที่ตรวจจริง คำว่า Organic อาจเป็นแค่ชื่อรุ่นหรือคำโฆษณา บางขวดฐานหลักเป็นมิเนอรัลออยล์หรือสารสังเคราะห์ แล้วมีน้ำมันหรือสารสกัดออร์แกนิกผสมอยู่ไม่กี่ตัว

  2. 02ประเทศไทยมีมาตรฐานเครื่องสำอางออร์แกนิกไหม

    เท่าที่เราเช็กจากเอกสารของ อย. ยังไม่เจอมาตรฐานของไทยที่กำหนดเฉพาะว่าเครื่องสำอางต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกเท่าไรถึงเรียกออร์แกนิกได้ ตรา Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตรเป็นมาตรฐานผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช่มาตรฐานเครื่องสำอาง ส่วนกฎหมายเครื่องสำอางห้ามโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด

  3. 03เลขจดแจ้ง อย. บนขวด แปลว่าเป็นออร์แกนิกจริงไหม

    ไม่ใช่ค่ะ เลขจดแจ้งคือการที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์กับ อย. ก่อนวางขาย และต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย ไม่ได้เป็นการรับรองว่าเป็นออร์แกนิก แต่ของที่ไม่มีเลขจดแจ้งเลยควรเลี่ยง

  4. 04ตรา COSMOS ORGANIC ต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกกี่เปอร์เซ็นต์

    ตามคู่มือของ Soil Association ผลิตภัณฑ์แบบทิ้งไว้บนผิว เช่น โลชั่นหรือออยล์ ต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกอย่างน้อย 20% ของทั้งหมด แบบล้างออก เช่น สบู่ แชมพู อย่างน้อย 10% และส่วนผสมจากพืชที่ผ่านกระบวนการทางกายภาพต้องเป็นออร์แกนิกอย่างน้อย 95% ฉลากต้องบอกเปอร์เซ็นต์ออร์แกนิกด้วย

  5. 05ของออร์แกนิกปลอดภัยกับผิวลูกมากกว่าไหม

    ไม่เสมอไปค่ะ FDA ของสหรัฐฯ ระบุว่าแหล่งที่มาของส่วนผสมไม่ได้เป็นตัวตัดสินความปลอดภัย พืชออร์แกนิกหลายชนิดก็ทำให้ผิวระคายเคืองหรือแพ้ได้ สำหรับลูกเล็ก การดูว่ามีน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยไหมสำคัญพอๆ กับคำว่าออร์แกนิก

  6. 06ส่วนผสมบนฉลากเรียงยังไง

    ตามข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางอาเซียน ส่วนผสมเรียงจากปริมาณมากไปน้อย ตัวที่มีน้อยกว่า 1% เรียงต่อท้ายแบบไหนก็ได้ ตัวแรกๆ จึงบอกได้ว่าขวดนั้นทำจากอะไรเป็นหลัก

Ask MamaMapa

มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?

พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ

เราไม่ใช่แพทย์ ถ้าเร่งด่วนหรือลูกไม่สบาย ปรึกษาคุณหมอหรือโทร 1669 ก่อนนะคะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. U.S. FDA: "Organic" Cosmetics
  2. USDA AMS: Labeling Requirements for the U.S. Organic Market
  3. Soil Association: COSMOS Standard Support Guide (2018)
  4. ASEAN Cosmetic Labelling Requirements (Appendix II, ผ่าน HSA สิงคโปร์)
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา: ข่าวเตือนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และช่องทางสอบถาม สายด่วน 1556

Skin CareMoney & Rights

ลูกอยู่ช่วงไหน
🔍 ค้นหาบทความ