ฉลากเขียนว่า Organic แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดไหม? อ่านฉลากของใช้ลูกให้เป็น ก่อนจ่ายแพงกว่า
คำว่า Organic บนขวดของใช้เด็กไม่ได้แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวด ไทยยังไม่มีมาตรฐานออร์แกนิกเฉพาะเครื่องสำอาง ดูตราที่รับรองจริง ลำดับส่วนผสม และคำที่ต้องอ่านให้ครบก่อนจ่ายแพงกว่า

เคยไหมคะ ยืนอยู่หน้าชั้นของใช้เด็ก เห็นขวดหนึ่งเขียน Organic ตัวโตๆ สีเขียวๆ มีรูปใบไม้ แล้วราคาก็ไม่ได้แพงเลย ในใจคิดว่า คุ้มจัง ได้ของออร์แกนิกในราคานี้ หรือบางทีคนที่หยิบใส่ตะกร้าคือคุณยายที่ตั้งใจซื้อของดีให้หลาน
ความรู้สึกนั้นไม่ผิดเลยค่ะ ทุกคนอยากได้ของที่ดีที่สุดให้ลูก แต่คำว่า Organic บนหน้าขวดเครื่องสำอางไม่ได้แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดเสมอไป เดี๋ยวเราไล่ให้ดูทีละข้อ ว่าคำนี้แปลว่าอะไรได้บ้าง ตราไหนรับรองจริง และพลิกฉลากแล้วต้องดูตรงไหน
ขวดที่เขียนว่า Organic แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดไหม
Quick Answer: ไม่เสมอไปค่ะ ถ้าไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานที่ตรวจจริง คำว่า Organic อาจเป็นชื่อรุ่น ชื่อสูตร หรือคำโฆษณา บางขวดมีส่วนผสมออร์แกนิกอยู่ตัวเดียวในปริมาณน้อยมาก แต่ฐานหลักเป็นอย่างอื่น
พูดง่ายๆ คือ คำบนหน้าขวดมีได้หลายแบบ
- ชื่อรุ่นหรือชื่อสูตร เช่น “Organic Formula” หรือมีคำว่า Organic อยู่ในชื่อสินค้า อันนี้ไม่ได้บอกเลยว่ามีส่วนผสมออร์แกนิกกี่เปอร์เซ็นต์
- “with organic extract” หรือ “มีส่วนผสมของ…ออร์แกนิก” แปลว่ามีอย่างน้อยหนึ่งตัวที่เป็นออร์แกนิก อาจเป็นสารสกัดที่ใส่ไว้ท้ายๆ ของสูตร
- มีตรารับรองพร้อมชื่อหน่วยรับรอง อันนี้แหละที่มีคนนอกมาตรวจตามเกณฑ์ที่เขียนไว้ชัด
ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดคือเบบี้ออยล์ ตอนเราไล่อ่านฉลากเบบี้ออยล์ที่ขายในไทย เจอสองขวดที่ชื่อมีคำว่า Organic แต่ส่วนผสมตัวแรกคือมิเนอรัลออยล์ แล้วมีน้ำมันจากพืชผสมอยู่เล็กน้อย ดูรายละเอียดได้ในอันดับเบบี้ออยล์ที่เราแยกน้ำมันพืชกับมิเนอรัลออยล์ ค่ะ แบบนี้ไม่ได้ผิดกฎหมายเสมอไป แต่ไม่ใช่ “ออร์แกนิกทั้งขวด” แบบที่หลายคนเข้าใจ
ประเทศไทยมีมาตรฐานเครื่องสำอางออร์แกนิกไหม
Quick Answer: เท่าที่เราเช็กจากเอกสารของ อย. ยังไม่เจอมาตรฐานของไทยที่กำหนดเฉพาะว่าเครื่องสำอางต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกเท่าไรถึงเรียกตัวเองว่าออร์แกนิกได้ ตราออร์แกนิกที่เห็นบนเครื่องสำอางส่วนใหญ่จึงเป็นมาตรฐานต่างประเทศ
เรื่องนี้ต้องแยกให้ออกนะคะ
- ตรา Organic Thailand เป็นตราเกษตรอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร ใช้กับผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับครีมหรือออยล์ทั้งขวด
- กฎหมายเครื่องสำอางของไทย ห้ามโฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด แต่เราไม่เจอเกณฑ์ตัวเลขที่บอกว่า “ออร์แกนิก” บนเครื่องสำอางต้องมีกี่เปอร์เซ็นต์
- อเมริกาเองก็คล้ายกัน FDA ระบุชัดว่ากฎหมายเครื่องสำอางของสหรัฐฯ ไม่ได้นิยามคำว่า organic เลย คนที่นิยามคือโครงการออร์แกนิกของ USDA ซึ่งดูแลส่วนผสมที่มาจากการเกษตร
ถ้าวันหนึ่ง อย. ออกแนวทางเรื่องนี้ เราจะกลับมาอัปเดตให้ค่ะ
เลขจดแจ้ง อย. บอกว่าเป็นออร์แกนิกไหม
Quick Answer: ไม่ได้บอกค่ะ เลขจดแจ้งคือการที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์กับ อย. ก่อนวางขาย และต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของสินค้า เป็นเรื่องความปลอดภัยและการขายถูกกฎหมาย ไม่ใช่ใบรับรองออร์แกนิก
แต่ไม่ได้แปลว่าเลขจดแจ้งไม่สำคัญนะ ฉลากภาษาไทยต้องมีเลขที่ใบรับจดแจ้ง ถ้าขวดไหนไม่มีเลย หรือฉลากไทยไม่ครบ อันนี้ควรวางคืนก่อนเลย ถ้าสงสัยสินค้าตัวไหน สอบถามหรือแจ้งเรื่องได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือดูเมนูตรวจสอบผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ อย.
สรุปง่ายๆ ไว้แบบนี้
- เลขจดแจ้ง = ขายได้ถูกกฎหมาย มีคนรับผิดชอบ
- ตรารับรองออร์แกนิก = มีหน่วยงานตรวจสัดส่วนส่วนผสมออร์แกนิกตามเกณฑ์
ของดีควรมีอย่างแรกเสมอ ส่วนอย่างที่สองมีเฉพาะขวดที่ไปขอรับรองมาจริงๆ
ตรารับรองออร์แกนิกที่เจอบ่อย แต่ละตราแปลว่าอะไร
Quick Answer: ตราที่เจอบ่อยบนเครื่องสำอางคือ COSMOS ORGANIC และ COSMOS NATURAL (รับรองโดยหน่วยงานอย่าง Ecocert หรือ Soil Association), NATRUE และ USDA Organic แต่ละตรามีเกณฑ์ต่างกัน และคำว่า Natural ไม่เท่ากับ Organic
| ตรา | เกณฑ์หลักที่เราเช็กจากแหล่งต้นทาง |
|---|---|
| COSMOS ORGANIC | ส่วนผสมจากพืชที่ผ่านกระบวนการทางกายภาพต้องเป็นออร์แกนิกอย่างน้อย 95% และออร์แกนิกรวมอย่างน้อย 20% ของทั้งหมด (แบบทิ้งไว้บนผิว) หรือ 10% (แบบล้างออก) ฉลากต้องบอก “XX% organic of total” |
| COSMOS NATURAL | ไม่กำหนดขั้นต่ำส่วนผสมออร์แกนิก เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ฉลากบอก “XX% natural origin of total” |
| NATRUE (ระดับ organic) | ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างน้อย 95% ต้องมาจากเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง |
| USDA Organic | ตราใช้ได้กับสินค้าที่ออร์แกนิกอย่างน้อย 95% ส่วนคำว่า “Made with Organic” ต้องออร์แกนิกอย่างน้อย 70% และห้ามใช้ตรา |
มีอีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ น้ำนับเป็นออร์แกนิกไม่ได้ค่ะ ตามคู่มือ COSMOS น้ำจะดึงเปอร์เซ็นต์ออร์แกนิกลง ครีมหรือโลชั่นที่มีน้ำเยอะเลยมักมีตัวเลขออร์แกนิกรวมต่ำกว่าออยล์ ไม่ได้แปลว่าแย่กว่า แค่สูตรต่างกัน
ส่วนตัวเราว่าเคล็ดลับคือ อย่าดูแค่รูปโลโก้ เพราะใครก็วาดรูปใบไม้ได้ ตราที่รับรองจริงจะมีชื่อหน่วยรับรอง และหลายตรามีรหัสหรือเลขที่ใบรับรองให้เอาไปค้นบนเว็บของหน่วยงานนั้นต่อได้
พลิกฉลากแล้วต้องดูตรงไหน
Quick Answer: ดูส่วนผสมตัวแรกๆ เพราะส่วนผสมบนเครื่องสำอางเรียงจากมากไปน้อย แล้วหาว่าคำว่า organic ไปติดอยู่กับบรรทัดไหน ถ้าไปอยู่กับตัวท้ายๆ แปลว่าส่วนที่เป็นออร์แกนิกมีไม่มาก
ภาพ: Cup of Couple / Pexels
ตามข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางอาเซียน ซึ่งไทยใช้ร่วมกับประเทศสมาชิก ส่วนผสมต้องเรียงตามน้ำหนักจากมากไปน้อย ตัวที่มีน้อยกว่า 1% เรียงต่อท้ายแบบไหนก็ได้ ลองอ่านแบบนี้
- ดู 3 ตัวแรก ถ้าเป็น Aqua (น้ำ), Mineral Oil, Paraffinum Liquidum หรือซิลิโคน แปลว่าฐานของขวดไม่ใช่ส่วนผสมออร์แกนิก
- หาคำว่า organic ในรายการส่วนผสม ดูว่าไปติดอยู่กับตัวไหน ขวดที่ผ่าน COSMOS จะเขียนกำกับไว้ในรายการส่วนผสม เช่น organically grown หรือ organic ingredient
- ดูว่ามันอยู่ก่อนหรือหลังน้ำหอม น้ำหอม (Parfum, Fragrance) มักใส่น้อยมาก ถ้าส่วนผสมออร์แกนิกอยู่หลังน้ำหอม ก็น่าจะมีปริมาณน้อยตามไปด้วย
- หาเปอร์เซ็นต์ ขวดที่ผ่านการรับรองมักบอกตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น COSMOS ต้องเขียนว่า “XX% organic of total” ถ้าไม่มีตัวเลขเลย ก็เดาไม่ได้ว่ามีเท่าไร
แล้วอย่าลืมเช็กเรื่องอื่นที่สำคัญกับผิวลูกด้วยนะคะ FDA ของสหรัฐฯ บอกไว้ตรงๆ ว่าแหล่งที่มาของส่วนผสมไม่ได้เป็นตัวตัดสินความปลอดภัย พืชออร์แกนิกบางชนิดก็แพ้ได้ สำหรับลูกเล็ก การดูว่ามีน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยไหม สำคัญพอๆ กับคำว่าออร์แกนิกเลย
ราคาบอกอะไรได้บ้าง
Quick Answer: ราคาไม่ได้พิสูจน์อะไรได้ แต่ช่วยเตือนได้ ถ้าขวดใหญ่ราคาถูกมากแต่เขียนว่าออร์แกนิก ให้พลิกดูส่วนผสมก่อนตัดสินใจ
ของออร์แกนิกจริงไม่จำเป็นต้องแพงเว่อร์ และของแพงก็ไม่ได้แปลว่าออร์แกนิก แต่ถ้าราคาต่อ 100 มล. ใกล้เคียงกับขวดมิเนอรัลออยล์ทั่วไป แล้วหน้าขวดเน้นคำว่า Organic มาก นั่นคือสัญญาณให้อ่านด้านหลังให้ครบค่ะ ลองคิดราคาต่อ 100 มล. ไว้เทียบกันทุกครั้ง จะเห็นภาพชัดขึ้นเยอะ
เวลาคุณยายซื้อของให้หลาน
Quick Answer: คุณยายคุณย่าตั้งใจซื้อของดีให้หลาน คำว่า Organic เลยดูน่าไว้ใจ วิธีที่นุ่มนวลที่สุดคือชวนกันอ่านฉลาก ไม่ใช่บอกว่าซื้อผิด
ผู้ใหญ่หลายท่านโตมากับยุคที่คำบนหน้ากล่องคือสิ่งที่เชื่อถือได้ แล้วตัวหนังสือด้านหลังขวดก็เล็กมาก เป็นภาษาอังกฤษด้วย ใครอ่านก็ปวดตาค่ะ ไม่ใช่เรื่องรู้หรือไม่รู้เลย ลองแบบนี้ดู
- ขอบคุณก่อนเสมอ ของที่ท่านซื้อมาด้วยความรัก ถ้าลูกไม่แพ้ และขวดนั้นไม่มีน้ำหอมแรงๆ ก็ใช้ต่อได้ ไม่ต้องทิ้ง
- ชวนไปซื้อด้วยกัน แล้วพลิกขวดดูพร้อมกัน ช่วยอ่านตัวเล็กๆ ด้านหลังให้ท่านฟัง ทำเป็นเรื่องสนุกตอนเดินห้าง ไม่ใช่การสอน
- จดชื่อที่ใช้อยู่ให้ท่าน ถ่ายรูปขวดที่ลูกใช้แล้วไม่มีปัญหา ส่งไลน์ให้คุณยาย ท่านจะได้ซื้อตัวเดิมได้สบายใจ
- บอกเหตุผลจากผิวลูก เช่น “ลูกผิวแพ้ง่าย เลยต้องเลือกแบบไม่มีน้ำหอม” ฟังดูเป็นเรื่องของหลาน ไม่ใช่เรื่องว่าใครเลือกผิด
ถ้าที่บ้านมีความเชื่อเรื่องของใช้ลูกอื่นๆ อีก เราเคยรวบรวมความเชื่อที่ได้ยินบ่อยแล้วเช็กกับหลักฐานไว้ เปิดอ่านด้วยกันได้นะคะ
เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนจ่ายแพงกว่าเพราะคำว่า Organic
Quick Answer: ก่อนจ่ายเพิ่มเพราะคำว่า Organic ให้เช็กเลขจดแจ้ง ตรารับรองพร้อมชื่อหน่วยรับรอง เปอร์เซ็นต์ออร์แกนิก ส่วนผสมตัวแรก ตำแหน่งของคำว่า organic ในรายการ และน้ำหอม
เช็กลิสต์หน้าชั้นวาง
- มีเลขจดแจ้ง อย. และฉลากภาษาไทยครบไหม
- มีตรารับรองที่บอกชื่อหน่วยรับรองไหม (เช่น COSMOS ORGANIC โดย Ecocert หรือ Soil Association, NATRUE, USDA Organic) หรือมีแค่คำว่า Organic เฉยๆ
- บอกเปอร์เซ็นต์ออร์แกนิกไหม
- ส่วนผสม 3 ตัวแรกคืออะไร
- คำว่า organic ติดอยู่กับส่วนผสมตัวไหน อยู่ต้นหรือท้ายรายการ
- มีน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยไหม (Parfum, Fragrance, ชื่อน้ำมันอย่าง Lavandula)
ถ้าข้อ 2 และ 3 ว่างเปล่า ก็ไม่ได้แปลว่าขวดนั้นแย่นะคะ แค่แปลว่าเราไม่ควรจ่ายแพงกว่าเพียงเพราะคำว่า Organic บนหน้าขวด ส่วนของจำเป็นอื่นๆ สำหรับลูกแรกเกิด ดูได้ในลิสต์ของใช้เด็กแรกเกิดที่ต้องซื้อจริง และถ้าสงสัยเรื่องแป้งเด็ก เรามีเรื่องทาแป้งหลังอาบน้ำไว้ให้อ่านต่อค่ะ
เลือกของให้ลูกไม่ต้องเพอร์เฟกต์ทุกขวดนะคะ แค่อ่านเป็น ก็ไม่โดนคำสวยๆ หลอกให้จ่ายเกินแล้ว
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01ขวดที่เขียนว่า Organic แปลว่าออร์แกนิกทั้งขวดไหม
ไม่จำเป็นค่ะ ถ้าไม่มีตรารับรองจากหน่วยงานที่ตรวจจริง คำว่า Organic อาจเป็นแค่ชื่อรุ่นหรือคำโฆษณา บางขวดฐานหลักเป็นมิเนอรัลออยล์หรือสารสังเคราะห์ แล้วมีน้ำมันหรือสารสกัดออร์แกนิกผสมอยู่ไม่กี่ตัว
02ประเทศไทยมีมาตรฐานเครื่องสำอางออร์แกนิกไหม
เท่าที่เราเช็กจากเอกสารของ อย. ยังไม่เจอมาตรฐานของไทยที่กำหนดเฉพาะว่าเครื่องสำอางต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกเท่าไรถึงเรียกออร์แกนิกได้ ตรา Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตรเป็นมาตรฐานผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช่มาตรฐานเครื่องสำอาง ส่วนกฎหมายเครื่องสำอางห้ามโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด
03เลขจดแจ้ง อย. บนขวด แปลว่าเป็นออร์แกนิกจริงไหม
ไม่ใช่ค่ะ เลขจดแจ้งคือการที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์กับ อย. ก่อนวางขาย และต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย ไม่ได้เป็นการรับรองว่าเป็นออร์แกนิก แต่ของที่ไม่มีเลขจดแจ้งเลยควรเลี่ยง
04ตรา COSMOS ORGANIC ต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกกี่เปอร์เซ็นต์
ตามคู่มือของ Soil Association ผลิตภัณฑ์แบบทิ้งไว้บนผิว เช่น โลชั่นหรือออยล์ ต้องมีส่วนผสมออร์แกนิกอย่างน้อย 20% ของทั้งหมด แบบล้างออก เช่น สบู่ แชมพู อย่างน้อย 10% และส่วนผสมจากพืชที่ผ่านกระบวนการทางกายภาพต้องเป็นออร์แกนิกอย่างน้อย 95% ฉลากต้องบอกเปอร์เซ็นต์ออร์แกนิกด้วย
05ของออร์แกนิกปลอดภัยกับผิวลูกมากกว่าไหม
ไม่เสมอไปค่ะ FDA ของสหรัฐฯ ระบุว่าแหล่งที่มาของส่วนผสมไม่ได้เป็นตัวตัดสินความปลอดภัย พืชออร์แกนิกหลายชนิดก็ทำให้ผิวระคายเคืองหรือแพ้ได้ สำหรับลูกเล็ก การดูว่ามีน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยไหมสำคัญพอๆ กับคำว่าออร์แกนิก
06ส่วนผสมบนฉลากเรียงยังไง
ตามข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางอาเซียน ส่วนผสมเรียงจากปริมาณมากไปน้อย ตัวที่มีน้อยกว่า 1% เรียงต่อท้ายแบบไหนก็ได้ ตัวแรกๆ จึงบอกได้ว่าขวดนั้นทำจากอะไรเป็นหลัก
มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?
พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- U.S. FDA: "Organic" Cosmetics
- USDA AMS: Labeling Requirements for the U.S. Organic Market
- Soil Association: COSMOS Standard Support Guide (2018)
- ASEAN Cosmetic Labelling Requirements (Appendix II, ผ่าน HSA สิงคโปร์)
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา: ข่าวเตือนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และช่องทางสอบถาม สายด่วน 1556


