mamamapa

Mom LifeMental Healthอ่าน 13 นาที

ภาษารัก 5 แบบ: ใช้กับแฟนและลูกยังไง ให้รู้สึกถูกรักในแบบที่ตรงใจ

ภาษารัก 5 แบบของ Gary Chapman คือคำพูด เวลา ของขวัญ การลงมือช่วย และการสัมผัส เล่าแบบเข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างชีวิตคู่หลังมีลูก และวิธีสังเกตภาษารักของลูกตามวัย

LINE
พ่อแม่หอมแก้มลูกน้อยพร้อมกันในครัว
Photo: RDNE Stock project / Pexels

หลังมีลูก หลายบ้านจะเจอโมเมนต์แบบนี้ แฟนซื้อขนมที่เราชอบมาให้ด้วยความหวังดี แต่เราอยากร้องไห้ เพราะสิ่งที่อยากได้จริงๆ คือให้เขาล้างขวดนมกองนั้นให้หน่อย ไม่มีใครผิดนะคะ แค่เรา “พูดรัก” กันคนละภาษา

ภาษารัก 5 แบบเป็นกรอบง่ายๆ ที่ช่วยให้คุยเรื่องนี้ได้โดยไม่ต้องทะเลาะ ใช้ได้ทั้งกับแฟนและกับลูก เดี๋ยวเราไล่ให้ดูทีละแบบ พร้อมตัวอย่างชีวิตจริงช่วงลูกเล็ก แล้วปิดท้ายด้วยว่างานวิจัยว่ายังไงบ้างค่ะ

ภาษารัก 5 แบบ คืออะไร มาจากไหน

Quick Answer: เป็นแนวคิดจากหนังสือ The 5 Love Languages ของ Gary Chapman ที่แบ่งวิธีให้และรับความรักเป็น 5 แบบ คือ คำพูด เวลา ของขวัญ การลงมือช่วย และการสัมผัส แต่ละคนมักรู้สึกถูกรักกับบางแบบมากกว่าแบบอื่น

Chapman เป็นที่ปรึกษาชีวิตคู่ชาวอเมริกัน เขาสังเกตว่าคู่รักหลายคู่รักกันจริง แต่แสดงออกคนละแบบ เลยรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายไม่รัก ต่อมาเขาเขียนเวอร์ชันสำหรับพ่อแม่ร่วมกับจิตแพทย์เด็ก Ross Campbell ชื่อ The 5 Love Languages of Children ด้วย

ทั้ง 5 แบบ เล่าด้วยภาษาเราเองนะคะ

ภาษารักพูดง่ายๆ คือตัวอย่างกับแฟน (หลังมีลูก)ตัวอย่างกับลูก
คำพูดดีๆ (Words of Affirmation)ได้ยินว่ารัก ว่าขอบคุณ ว่าทำได้ดี“วันนี้เธอเก่งมากเลยนะ ลูกงอแงทั้งวันยังรับมือไหว”ชมตอนลูกพยายามใส่รองเท้าเอง
เวลาคุณภาพ (Quality Time)อยู่ด้วยกันแบบใจอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่ตัววางมือถือ นั่งกินข้าวด้วยกัน 15 นาทีหลังลูกหลับนั่งต่อบล็อกกับลูกแบบไม่ดูจอ
ของขวัญ (Receiving Gifts)ของชิ้นเล็กที่บอกว่า “นึกถึงนะ”ชาไข่มุกแก้วโปรดตอนบ่ายสามใบไม้สวยๆ ที่เก็บมาให้ลูกดู
การลงมือช่วย (Acts of Service)ช่วยทำสิ่งที่อีกฝ่ายเหนื่อยรับเวรตีสองให้ เราได้นอนยาวสักคืนช่วยลูกติดกระดุมตอนเขาหงุดหงิด
การสัมผัส (Physical Touch)กอด จับมือ นวดไหล่นวดไหล่ตอนเรานั่งให้นมนานๆกอดยาวๆ ก่อนนอน

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญขึ้นมากหลังมีลูก

Quick Answer: เพราะช่วงลูกเล็ก ทั้งคู่เหนื่อย เวลาน้อย และความต้องการเปลี่ยน ถ้าให้กันผิดภาษา ความพยายามของอีกฝ่ายก็อาจไม่ถูกมองเห็น

เอาจริงๆ ก่อนมีลูก เราอาจชอบเดตหรือของขวัญ แต่พอมีลูก ความรักบางทีหน้าตาเป็น “ช่วยอาบน้ำลูกให้คืนนี้” หรือ “ให้นอนต่ออีกชั่วโมง” มากกว่า

แล้วตอนเหนื่อยมากๆ คนเรามักขอสิ่งที่ตัวเองขาดที่สุด บางคนอยากได้แค่คำว่า “ขอบคุณนะ” บางคนอยากให้ช่วยงาน บางคนแค่อยากถูกกอด ถ้าคุยกันไว้ก่อน ตอนเหนื่อยจะไม่ต้องเดาใจกันค่ะ

จะรู้ภาษารักของตัวเองกับแฟนได้ยังไง

Quick Answer: ทำแบบทดสอบทางการที่ 5lovelanguages.com (ภาษาอังกฤษ) หรือทำ Quiz ภาษารักหลังมีลูกของเรา ที่เป็นภาษาไทยและมีโหมดคู่รัก ส่งลิงก์ให้แฟนทำแล้วเห็นผลเทียบกันได้เลย

Quiz ของเราเป็นคำถามแบบเลือก 1 ใน 2 จากชีวิตจริงช่วงลูกเล็ก ทำเสร็จแล้วกด “ส่งให้แฟนทำ” พอเขาทำจบ จะเห็นผลของทั้งคู่วางคู่กัน พร้อมประโยคที่หยิบไปพูดขอจากกันได้จริง

ถ้าไม่อยากทำแบบทดสอบ ลองถามตัวเองสามข้อนี้ก็ได้ค่ะ

  • ตอนน้อยใจแฟน เรามักบ่นเรื่องอะไร (เช่น “ไม่เคยชมเลย” หรือ “ไม่ช่วยเลย”) ตรงนั้นมักบอกภาษาที่เราต้องการ
  • เรามักแสดงความรักกับคนอื่นแบบไหน หลายคนให้ในแบบที่ตัวเองอยากได้
  • ช่วงไหนที่รู้สึกอุ่นใจที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากอะไร

แล้วเอาผลมาคุยกันตอนที่ไม่ได้กำลังทะเลาะนะคะ แบบนั่งกินข้าวหลังลูกหลับ จะคุยง่ายกว่าเยอะ

ใช้ภาษารักกับแฟนช่วงลูกเล็ก ทำยังไงให้ได้ผลจริง

Quick Answer: ขอให้ชัด เป็นเรื่องเล็กที่ทำได้ทุกวัน และให้ในภาษาของ “เขา” ไม่ใช่ภาษาของเรา

ตัวอย่างประโยคที่ลองหยิบไปใช้ได้

  • คำพูดดีๆ: “วันนี้เหนื่อยมาก อยากได้ยินว่าเราทำได้ดีหน่อย” สั้นๆ แค่นี้ แฟนส่วนใหญ่ยินดีพูดให้ ถ้ารู้ว่าเราต้องการ
  • เวลาคุณภาพ: นัดกัน 15 นาทีหลังลูกหลับ วางมือถือ ไม่ต้องคุยเรื่องลูกก็ได้
  • ของขวัญ: ไม่ต้องแพง ขนมที่เขาชอบติดมือกลับบ้าน บอกว่า “นึกถึงนะ” ได้ดีมาก
  • การลงมือช่วย: บอกงานเป็นชิ้นๆ เช่น “ช่วยล้างขวดนมกับเตรียมน้ำอาบลูกทุกเย็นได้ไหม” ชัดกว่า “ช่วยๆ กันหน่อย”
  • การสัมผัส: กอดก่อนออกจากบ้าน จับมือตอนนั่งดูทีวี ช่วงหลังคลอดที่ยังไม่พร้อมเรื่องอื่น การสัมผัสแบบอบอุ่นก็ยังมีความหมายมากค่ะ

ส่วนตัวเราว่าข้อที่เปลี่ยนบ้านได้เร็วที่สุด คือเลิกคาดหวังให้อีกฝ่าย “รู้เอง” แล้วพูดออกมาตรงๆ แบบใจดีค่ะ

ถ้าช่วงนี้รู้สึกเศร้า หมดแรง หรือหงุดหงิดจนไม่เป็นตัวเองนานเป็นสัปดาห์ อันนี้มากกว่าเรื่องภาษารักแล้วนะคะ ลองอ่าน อารมณ์แปรปรวนตอนท้อง กับ ซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ แล้วคุยกับแพทย์หรือพยาบาลได้เลย

ภาษารักของลูก สังเกตยังไงตามวัย

Quick Answer: ทารกและเด็กเล็กต้องการครบทั้ง 5 แบบ ไม่ต้องรีบหาภาษาหลัก Chapman แนะนำให้ให้ครบทุกแบบ และพอลูกโตขึ้นค่อยสังเกตว่าแบบไหนที่ลูกขอบ่อยหรือตอบสนองมากเป็นพิเศษ แล้วให้แบบนั้นเยอะขึ้น

หน้าคำถามที่พบบ่อยของ 5lovelanguages.com บอกไว้ว่าเด็กต้องเรียนรู้ทั้งการให้และรับความรักครบทั้ง 5 แบบ ส่วนในบทสัมภาษณ์ Chapman เล่าว่าเริ่มสังเกตภาษาหลักของลูกจากพฤติกรรมได้ราวๆ วัยอนุบาล (ประมาณ 4 ขวบ) ไม่ใช่ตั้งแต่เป็นทารก

ขวบปีแรก: ให้ครบทุกแบบแบบธรรมชาติ อุ้ม กอด สบตา คุยด้วยเสียงอ่อนโยน ตอบสนองตอนร้อง เท่านี้ลูกก็ได้รับความรักครบแล้วค่ะ

1 ถึง 3 ขวบ: เริ่มเห็นความชอบเป็นแววๆ ลองสังเกตในโมเมนต์ประจำวัน

  • ก่อนนอน: ลูกขอให้กอดแน่นๆ ขอให้ลูบหลัง (สัมผัส) หรือขอให้อ่านนิทานอีกเล่ม อยู่ด้วยอีกนิด (เวลา)
  • ตอนงอแง: บางคนสงบลงเมื่อถูกกอด บางคนสงบเมื่อได้ยินว่า “แม่เข้าใจนะว่าหนูโกรธ” (คำพูด)
  • ตอนเล่น: ชอบเรียก “แม่ดูหนูสิ” บ่อยๆ อาจเป็นสายเวลาคุณภาพหรือคำชม

3 ถึง 5 ขวบ ขึ้นไป: ภาษาหลักมักชัดขึ้น ลองดูจาก

  • หลังเลิกเรียน: วิ่งมากอดทันที (สัมผัส) เล่าเรื่องไม่หยุดและอยากให้ตั้งใจฟัง (เวลา) โชว์งานศิลปะรอคำชม (คำพูด)
  • สิ่งที่ลูกให้เรา: เด็กที่ชอบเก็บดอกไม้ วาดรูปมาให้ บ่อยๆ อาจรู้สึกถึงความรักผ่านของขวัญ
  • สิ่งที่ลูกขอ: “แม่ช่วยหนูหน่อย” ทั้งที่ทำเองได้ บางทีไม่ได้ขี้เกียจ แต่รู้สึกอุ่นใจเวลาเราลงมือช่วย

แต่ภาษารักก็ไม่ได้แปลว่าตามใจทุกอย่างนะคะ เด็กสายของขวัญไม่ได้ต้องได้ของเล่นทุกวัน ของชิ้นเล็กอย่างสติกเกอร์หรือขนมในกล่องข้าวพร้อมโน้ตวาดหัวใจก็พอแล้ว อยากได้ไอเดียเพิ่มเรื่องวัยนี้ ลองอ่าน คู่มือเลี้ยงลูกวัยเตาะแตะ ต่อได้ค่ะ

มีแบบทดสอบภาษารักสำหรับเด็กไหม

Quick Answer: ตอนที่เราเช็ก (ตุลาคม 2026) หน้ารวมแบบทดสอบของ 5lovelanguages.com มีแบบทดสอบทางการสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ได้มีแยกสำหรับเด็กเล็กให้เห็นชัดๆ สำหรับลูกวัยนี้ การสังเกตในชีวิตจริงใช้ได้ดีที่สุด

ถ้าอยากอ่านลึก แนะนำหนังสือ The 5 Love Languages of Children (Gary Chapman และ Ross Campbell) ส่วนลูกโต มีเล่ม The 5 Love Languages of Teenagers ซึ่ง Chapman บอกไว้ว่าภาษาหลักของลูกไม่ได้เปลี่ยนเพียงเพราะเข้าวัยรุ่นค่ะ

งานวิจัยว่าไง ภาษารักเป็นวิทยาศาสตร์ไหม

Quick Answer: ยังไม่ใช่ งานทบทวนงานวิจัยปี 2024 โดย Emily Impett, Gideon Park และ Amy Muise ในวารสาร Current Directions in Psychological Science พบว่าหลักฐานยังไม่สนับสนุนข้ออ้างหลักของทฤษฎีนี้ เลยควรใช้เป็นภาษาชวนคุยเรื่องความต้องการ ไม่ใช่ป้ายติดตัวถาวร

ทีมวิจัยดูงานศึกษาที่มีอยู่แล้วสรุปประเด็นไว้ประมาณนี้

  • คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับทุกแบบ ไม่ได้มี “ภาษาเดียว” ชัดๆ แบบที่แบบทดสอบบังคับให้เลือก
  • 5 แบบอาจยังไม่ครบ ความรักยังมีเรื่องอื่น เช่น การสนับสนุนเป้าหมายของอีกฝ่าย และการได้รับการปลอบใจเวลาทุกข์
  • คู่ที่ภาษาตรงกันไม่ได้มีความสุขกว่า ไม่พบหลักฐานว่าต้อง “แมตช์” กันถึงจะรักกันดี

ทีมวิจัยเลยเสนอให้มองแบบ “อาหารครบหมู่” ความสัมพันธ์ที่ดีต้องได้หลายอย่างรวมกัน และความต้องการแต่ละช่วงก็เปลี่ยนไปได้

พูดง่ายๆ คือ อย่าใช้ภาษารักเป็นข้ออ้างว่า “ฉันไม่ใช่สายกอด เลยไม่กอด” แต่ใช้เป็นคำศัพท์ร่วมกันที่ทำให้พูดว่า “ช่วงนี้เราต้องการแบบนี้นะ” ได้ง่ายขึ้นค่ะ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ที่หลายบ้านได้จริงๆ

สรุปสั้นๆ ไว้ใช้พรุ่งนี้เลย

Quick Answer: กับแฟน ถามกันว่าตอนเหนื่อยอยากได้อะไร แล้วให้ในภาษาของเขา กับลูกเล็ก ให้ครบทุกแบบ แล้วค่อยๆ สังเกตว่าแบบไหนทำให้ตาเขาเป็นประกาย

  • ทำ Quiz ภาษารักหลังมีลูก คนละรอบ แล้วส่งลิงก์ให้แฟน
  • เลือกให้กันวันละหนึ่งอย่างเล็กๆ ในภาษาของอีกฝ่าย
  • ก่อนนอนคืนนี้ ลองสังเกตว่าลูกขออะไร กอด เรื่องเล่า หรือคำชม

ไม่มีบ้านไหนพูดภาษารักได้เป๊ะทุกวันหรอกค่ะ แค่พยายามฟังกันมากขึ้นอีกนิด ก็อุ่นขึ้นเยอะแล้ว

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01ภาษารัก 5 แบบ มีอะไรบ้าง

    ได้แก่ คำพูดที่บอกรักและชื่นชม (Words of Affirmation) เวลาคุณภาพที่อยู่ด้วยกันจริงๆ (Quality Time) ของขวัญ (Receiving Gifts) การลงมือช่วยทำ (Acts of Service) และการสัมผัส (Physical Touch) มาจากหนังสือ The 5 Love Languages ของ Gary Chapman ค่ะ

  2. 02ทำแบบทดสอบภาษารักได้ที่ไหน

    แบบทดสอบทางการ (ภาษาอังกฤษ) อยู่ที่ 5lovelanguages.com/quizzes/love-language ถ้าอยากได้ภาษาไทยที่เน้นชีวิตช่วงลูกเล็ก ลองทำ Quiz ภาษารักหลังมีลูกของเราที่ /love-languages/ ซึ่งมีโหมดคู่รักให้ส่งลิงก์ให้แฟนทำเทียบกันได้

  3. 03ภาษารักเปลี่ยนได้ไหมหลังมีลูก

    ความต้องการเปลี่ยนตามช่วงชีวิตได้ หลายคนพบว่าช่วงลูกเล็ก การลงมือช่วยงานบ้านหรือได้นอนต่ออีกชั่วโมงมีความหมายกว่าของขวัญ เลยควรคุยกันใหม่เป็นระยะ ไม่ต้องยึดผลแบบทดสอบครั้งเดียวไปตลอดค่ะ

  4. 04ลูกเล็กมีภาษารักหลักแล้วหรือยัง

    ทารกและเด็กเล็กต้องการความรักครบทุกแบบ Chapman เองแนะนำให้ให้ครบทั้ง 5 แบบ และให้แบบที่ลูกชอบที่สุดเยอะเป็นพิเศษ ภาษาหลักมักเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นช่วงวัยอนุบาลจากพฤติกรรมของลูกเอง

  5. 05มีแบบทดสอบภาษารักสำหรับเด็กไหม

    ตอนที่เราเช็ก (ต.ค. 2026) หน้ารวม Quiz ของ 5lovelanguages.com มีแบบทดสอบทางการสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องเด็กและวัยรุ่นอยู่ในหนังสือ The 5 Love Languages of Children และ The 5 Love Languages of Teenagers สำหรับเด็กเล็ก การสังเกตในชีวิตประจำวันใช้ได้ดีกว่าแบบทดสอบค่ะ

  6. 06ภาษารักมีงานวิจัยรองรับไหม

    ยังไม่ค่อยมี งานทบทวนปี 2024 ในวารสาร Current Directions in Psychological Science พบว่าหลักฐานไม่สนับสนุนว่าคนมีภาษาหลักแค่แบบเดียว หรือคู่ที่ภาษาตรงกันจะรักกันดีกว่า แต่ยังใช้เป็นภาษาง่ายๆ ไว้คุยเรื่องความต้องการกันได้

Ask MamaMapa

มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ?

พิมพ์มาได้เลย ไม่ต้องบอกชื่อ เราอ่านทุกข้อ และคำถามที่แม่ๆ ถามกันเยอะ เราจะหาหลักฐานแล้วเขียนเป็นบทความให้ค่ะ

เราไม่ใช่แพทย์ ถ้าเร่งด่วนหรือลูกไม่สบาย ปรึกษาคุณหมอหรือโทร 1669 ก่อนนะคะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. The 5 Love Languages: The Official Love Language Quiz
  2. The 5 Love Languages: The 5 Love Languages of Children (Gary Chapman & Ross Campbell)
  3. The 5 Love Languages: Love Languages Help (FAQ)
  4. Impett, Park & Muise (2024). Popular Psychology Through a Scientific Lens: Evaluating Love Languages From a Relationship Science Perspective. Current Directions in Psychological Science
  5. University of Toronto: Little evidence linking five 'love languages' to healthy relationships

Mental HealthPlay & Learning

ลูกอยู่ช่วงไหน
🔍 ค้นหาบทความ